ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

              พระธรรมทายาทชาตรี ญาณกนฺโต    สนแก้ววนาราม จ.เชียงใหม่

กระผมพระธรรมทายาทชาตรี ญาณกนฺโต (นาค บาตร) อายุ ๓๗ ปี ตัวแทนพระธรรมทายาทจากสนแก้ว วนาราม จังหวัดเชียงใหม่ครับ 

 

      ผมก็เป็นอีก คนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิต อยู่บนความไม่รู้ แล้วก็ดำเนิน ชีวิตผิดพลาดมาในทุก รูปแบบ (อัน ตราย นะลูก นะ เพราะทุก ชีวิ ต ล้วนตกอย่ภู ายใต้ Law of Karma กฎแห่งการกระทำ ไม่ว่าทางความคิด คำพูด การกระทำ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่าดีหรือชั่วล้วนมีผลทั้งสิ้นเลย) ซึ่ง ถ้าพิจารณาถึงศีล ๕ ก็ครบครับ คือ ทำผิดครบทุกข้อเลย  (ทุกข้อก็คือทุกขุมนะลูกนะ อันตรายมากจ้ะ สวรรค์ ไม่ใช่อยู่ใ นอก นรกไม่ใช่อยู่ใ นใจ หรือ เอาสวรรค์มาล่อ เอา นรกมาขู่ก็ ไ ม่ใช่ มัน มีจริง นะจ๊ะ ซึ่ง เราสามารถพิสูจ น์ได้ด้วย ตัวของเราเอง ตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเลือกเอาว่า จะเชื่อตอนเป็นหรือจะเห็นตอนตาย มัน อันตรายนะลูกนะ แต่อดีตที่ผิดพลาดลืมไปให้หมดนะจ๊ะ 

       ต้องเข้าถึงพระธรรมกายในตัวให้ได้ แล้วก็รักษาไว้ยิ่ง กว่าชีวิตจนกระทั่งหมดอายุขัยนั่นแหละ บุญนี้ถึงจะส่งผล ไปก่อน ส่วนวิบากกรรมก็คอยก่อน ถ้าเราสั่งสมบุญมากๆ เข้า จะได้หนีมันพ้นอย่างนี้นะจ๊ะ นี่สำคัญ หรือทำตัวให้ หมดกิเลส หมดกิเลสก็หมดกรรม หมดกรรมก็หมดวิบาก คือ ผลของกรรม แต่อย่างน้อยต้องอย่างนี้ คือ ต้องเห็น พระในตัว ต้องเข้าถึงพระธรรมกายในตัว) 

       ผมทำผิดศีลครบทุกข้อเลย แล้วแถม ยังเคยเป็นคนเร่งรัดหนี้สิน หรือพูดภาษาบ้านๆ ว่า รับจ้าง ทวงหนี้ ถ้าลูกหนี้ยอมจ่ายแต่โดยดีก็ไม่มีปัญหา แต่ส่วน ใหญ่มักจะไม่จ่ายตามกำหนด ก็ต้องใช้กำลังบีบบังคับ ซึ่ง ขอบอกเลยว่า มันโหดยิ่งกว่าในหนังอีกนะครับ ตอนอายุ ๒๐ ปี ผม เคยบวชแล้ว ๑ พรรษา แต่ น่าเสียดายที่ผมใช้เวลาใน ผ้าเหลืองให้ผ่านไปอย่าง เปล่าประโยชน์ ไม่ได้เรียนรู้อะไรอย่างจริงจัง เพราะ ไม่มีพระพี่เลี้ยงและพระ อาจารย์คอยแนะนำสั่ง สอนเหมือนอย่างใน โครงการนี้    (อันตรายจ้ะ อันตรายสำหรับศาสน ทายาทมากเลยนี่ ถ้าหากว่าไม่มีพระ อาจารย์ ไม่มีพระ พี่เลี้ยงคอยอบรมพร่ำ สอน ไม่ว่าจะบวชสั้นหรือยาวก็ตาม เวลาลาสิกขาไป แล้วมักจะบอกว่า บวชแล้วไม่ได้อะไร คำๆ นี้เป็นอันตราย ต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก จำเป็นต้องมีจ้ะ พระอาจารย์ และพระพี่เลี้ยง 

      ทำไมครูไม่ใหญ่ถึงอยากจะได้พุทธบุตรรุ่นกองพัน กองพล ๑๐๐,๐๐๐ รูป อยู่เป็นพระพี่เลี้ยง พระพี่ชาย แม้ ยังไม่ได้เป็นพระอาจารย์ก็ตาม ก็เพื่อที่จะให้โอกาสดูแล พระน้องชายที่จะสืบศาสนทายาท ถ้าหากบุญเนกขัมม บารมี บุญเก่าได้ช่อง เขาก็จะสืบทอดอายุของพระพุทธ ศาสนา เป็นสายโลหิตแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตัวจริง ดีจริงได้ และพระน้องชายจะซาบซึ้ง ขอบพระคุณที่พระ พี่ชาย พระพี่เลี้ยงคอยดูแลประคับประคองอบรมสั่งสอน ในทุกสิ่งทุกอย่างเลย อย่างนี้จ้ะ

      และแม้จะลาสิกขาไป ก็ไม่อาจที่จะพูดว่า บวชแล้ว ไม่ได้อะไร มีแต่ว่า บวชแล้วได้เยอะแยะ เสียดายว่า เรา มีเวลาบวชน้อยเหลือเกิน ขนาดบวชน้อยยังได้เยอะขนาด นี้ และใจลึกๆ ก็อยากจะหวนคืนกลับมาบวชใหม่เมื่อหมด ภาระอะไรต่างๆ แล้ว นี่เป็นสิ่งที่ดี หรือกลับเอาไปพูดต่อ ในสิ่งที่ดีๆ เพราะฉะนั้นศาสนทายาทก็จะเพิ่มขึ้น ญาติโยม ก็จะเพิ่มขึ้น แล้วมันจะมีวัดร้างได้อย่างไร วัดร้างมีแต่จะ สูญพันธุ์

      และการเดินธุดงค์นี่ ทิ้งไม่ได้นะ ต้องได้ไปศึกษา เรียนรู้ อย่างน้อยรู้ว่า พระมหาเถรานุเถระในกาลก่อน ท่านฝึกตนทนหิวบำเพ็ญตบะอย่างไร โดยผ่านการเดิน ธุดงค์ แสวงหาที่วิเวกบำเพ็ญสมณธรรมอย่างนี้นะจ๊ะ และ ระหว่างที่เราเดินทางบำเพ็ญสมณธรรมไป เราก็จะได้มี โอกาสโปรดญาติโยม แม้ไม่ใช่ด้วยคำสอน แต่โปรดด้วย การกระทำ คือ เป็นตัวอย่างที่ดี ความสงบเสงี่ยมสง่างาม ที่เกิดจากการบำเพ็ญสมณธรรมในช่วงที่เดินธุดงค์นั่น แหละ ทำให้เกิดศรัทธาปสาทะขึ้นมาในใจของญาติโยม เห็นไหมจ๊ะ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้

      อย่างธุดงค์คราวนี้ ข้างหน้าเราไม่รู้ว่า จะมีอาหาร บิณฑบาตจากญาติโยมหรือไม่ เพราะไม่ได้แจ้งไปก่อนล่วง หน้า เอาว่าอดก็อดด้วยกัน อิ่มก็อิ่มด้วยกัน เอาศีลเอาธรรม เอา สีเลน โภคสัมปทา ที่เราได้บำเพ็ญนี่แหละเป็นเครื่อง ดึงดูดให้ญาติโยมออกจากบ้านแล้วมาใส่บาตรให้เรา เป็น กำ ลัง แห่งการตรัส รู้ธ รรมของเรา นี่อ ย่างน้อยเราไปก็อ ย่าง น้อยอย่างนี้ และถ้าเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสแล้ว ใจของ โยมที่ขุ่นมัวก็จะเลื่อมขึ้น ใสขึ้น สิ่งที่จะตามมา คือ อยาก เข้าใกล้พุทธบุตร อยากฟังธรรม อยากปฏิบัติธรรม อยาก เป็นอย่างที่พุทธบุตรเป็นอย่างนี้ เห็นไหมจ๊ะว่า พระพุทธ ศาสนาจะถูกยกขึ้นมาอย่างนี้จ้ะ นี่สำคัญมากนะจ๊ะ)

      ดังนั้น เมื่อลาสิกขาออกมาจึงไม่มีหลักในการดำเนิน ชีวิตเลย เรื่องบาปบุญคุณโทษก็รู้บ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ ยังคงใช้ชีวิตอย่างสิ้นเปลืองไปวันๆ (น่าเสียดายนะ และอันตรายสำหรับชีวิตด้วย) แล้ววันที่ผมจะได้เปลี่ยนแปลงตัวเองก็มาถึง วันนั้น ผมกำลังตั้งวงก๊งเหล้ากับเพื่อนๆ ก็มีผู้นำบุญจากวัด พระธรรมกายนี่แหละ เป็นพี่ที่รู้จักกันชื่อ คุณเธียรรัตน์ พลอยกองมาศ ซึ่งผมก็คิดว่า เขาจ๊าบสุดๆ เพราะกล้า ตัดสินใจมาชวนผมบวชถึงในกลางวงเหล้า

 

 

      ตอนนั้นถึงผมจะมึนๆ แต่ก็ยังฟังรู้เรื่องนะครับ และ แปลกมากที่ผมก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธ แต่บอกพี่เขาไปว่า ขอ คิดดูก่อน วันที่ ๑๗ มกราคม ค่อยมาเอาคำตอบนะ แล้ว วันที่ ๑๗ มกราคม ก็มาถึง ตอนนั้นผมคิดว่า ชีวิตโจ๋ๆ ที่ แย่ๆ สุดๆ ของผม น่าจะถึงตอนอวสานได้แล้ว ผมจึงบอก ลาอบายมุข แล้วก็มุ่งหน้าหาความดีด้วยการตัดสินใจมา บวชอีกครั้ง

      มาถึงวันนี้ ผมอยากบอกคุณเธียรรัตน์ว่า ขอบคุณ มากครับ ที่ทำให้ผมได้พบกับหนทางสว่างและมีชีวิตใหม่ ที่สดใสกว่าเดิม (เห็นไหมจ๊ะ จะมีความรู้สึกที่ดีต่อพี่ที่ เป็นกัลยาณมิตร แปลว่า โลกใบนี้ขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ เหมือนโลกไม่อาจขาดดวงตะวันนี่นะจ๊ะ)

      แม้ผมจะดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่จัด แต่เมื่อตั้งใจมา บวชแล้ว ผมก็สามารถตัดใจอำลาเหล้าและบุหรี่ได้อย่าง ไม่มีเยื่อใยตั้งแต่ในวันแรกที่เข้าโครงการเลยครับ โครงการนี้ดีมากๆ เลย ผมได้ฝึกอะไร หลายอย่าง ได้เรียนรู้ถึงการเป็นพระแท้ ได้เดินธุดงค์ไป พัฒนาวัด

      (การได้เดินธุดงค์ไปพัฒนาวัดร้าง บางทีพระ ธรรมทายาทอาจจะไม่ทราบว่า เรากำลังทำสิ่งที่สำคัญ มากเลย ดูเหมือนว่า การปัดกวาดเช็ดถูหรือพัฒนาวัดนั้น ใครๆ ก็ทำได้ ใช่ ใครๆ ก็ทำได้ แต่ไม่มีใครทำ และเมื่อ ไม่มีใครทำ อะไรจะเกิดขึ้น วัดก็ไม่สะอาด รกรุงรัง ไม่น่า อยู่ ใครๆ ก็ไม่อยากเข้ามาเมื่อคนไม่เข้าวัดก็จะเป็นอันตรายสำหรับพระศาสนา แปลว่า พระศาสนาจะสูญ พัน ธุ์ได้ เพราะฉะนั้น การที่เ ราไปพัฒ นาวัด ร้างในโครงการเดิน ธุด งค์นี่ ตรงนี้ช่วยในการฟื้นฟู พระพุทธศาสนาได้โดยทางหนึ่งทีเดียว นอกเหนือจากการบำเพ็ญสมณธรรมของเรา การฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ ของเรานี่นะจ๊ะ ดังนั้นโครงการนี้ขาดไม่ได้เลยและเรามีมโนปณิธานว่า จะต้องทำให้วัดร้างในผืน แผ่นดินไทยสูญพันธุ์ให้ได้ นี่ล่ะจ้ะ เพราะฉะนั้นรุ่น ๑๐๐,๐๐๐ รูปนี่แหละ จะมีส่วนอย่างสำคัญตรงนี้ เพราะ ฉะนั้นครูไม่ใหญ่ถึงอยากให้ถ่ายภาพทุกวัดเก็บเอาไว้ แต่ เสียดายว่า กล้องเรามีจำกัด มีไม่มาก เสียดายมากเลย ทุกๆ วัด เพราะมันเป็นภาพประวัติศาสตร์ของชีวิต ซึ่งถ้า ตัวเองได้เห็นภาพตรงนี้เมื่อไร มันจะปลื้มปีติสมมติว่า แม้เราลาสิกขาไป หรือยังบวชต่อก็ตาม บางครั้งเราอาจจะเขวไปบ้าง เดินเป๋ไปบ้าง ภาพเหล่านี้ จะช่วยเหนื่ยวบนั้ เอวเราให้หวนกลับ มาสู่เส้นทางที่ถูก ต้อง และก็จะได้เป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยม)

     และยิ่งผมได้นั่งสมาธิมากเท่าไร ผมก็ยิ่งเห็นคุณค่าของ ความเป็นพระ และหลงรักชีวิตสมณะขึ้นมาอย่างจับใจ (นี่ จ้ะ สมาธิกั บ พระเป็นของคู่กัน เลย เหมือนลมหายใจกับ จมูก เหมือนเสียงกับหูนี่คู่กัน สมาธิกับพระก็คู่กัน ขาดจากกัน ไม่ได้ การเห็นคุณค่าความเป็นพระนี่สำคัญมาก มันทำให้ อยากอยู่ต่อ อยากบำเพ็ญสมณธรรม อยากเดินตามรอย พระสัม มาสัม พุทธเจ้าจนตลอดชีวิต ความรู้สึก เช่นนจี้ ะเกิด จากการบำเพ็ญสมณธรรมของเรานะจ๊ะ ถ้าบวชแล้วไม่ได้ นั่ง ครูไม่ใหญ่เสียดายแทน เสียดายมาก)

     เวลาที่นั่งสมาธินั้น ผมจะนั่งแบบสบายๆ ภาวนา สัมมา อะระหัง ไปเรื่อยๆ มีอยู่วัน หนึ่ง หลัง จากการสวดมนต์ทำ วัตร เช้า ตอนนั้นใจกำลังสบาย พอหลับตาปุ๊บ ไม่นานเลย ผม ก็มี ค วามรู้สึก วูบ ๆ ภายใน เหมือนกำ ลัง เล่นสไลเดอร์ลงไป ในหุบเหวที่สว่างไสวแต่ลึกมากๆ ครับ (พอถึงตรงนี้ อย่าตกใจ อย่าขยับตัว อย่าลืมตา และก็ไม่ต้องกลัวอะไร ให้ ทำเฉยๆ นะจ๊ะ) พอเลื่อนลงไปเรื่อยๆ ผมก็เห็นดวงแก้วสีขาวนวลๆ นวลเหมือนไข่เป็ด อยู่ที่ปลายอุโมงค์นั้น ผมจึงนึกน้อม เอาดวงแก้วน้นมาไว้ในกลางท้องฐาน ที่ ๗ แล้วก็หมดเวลาพอดี ผมจึงต้องออกจากสมาธิ แต่แม้กระนั้นก็ตาม ผม ก็มีความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ และมีความสุขมาก (สุขจาก สมาธิ พุทธบุตรทุกรูปต้องมี ประสบการณ์ตรงนี้ ไม่ควร ไม่มี หรือบวชไปฟรีๆ อย่าง นี้นะจ๊ะ) และวัน รุ่ง ขึ้น พอถึง เวลา นั่งสมาธิผมจึงอธิษฐานจิตว่า ถ้าในกลางตัวเรามีดวงแก้วใสๆ อยู่จริงๆ ขอให้ได้เห็น ด้วยเถิด แล้วผมก็ภาวนา สัมมา อะระหัง ไปเรื่อยๆ (คือ ไม่มั่นใจว่า มีจริงหรือไม่มีจริง)

     พอปล่อยใจว่างๆ ไปสักพักหนึ่ง ใจก็เริ่มนิ่งมาก ตอน นั้นผมไม่คิดอะไรเลย จนเวลาผ่านไปประมาณ ๒๐ นาที ผมก็เห็นจุดสว่างเป็นดวงแก้วดวงเล็กๆ อยู่ในศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ (ถูกต้องมากจ้ะ ดีมากเลย) พอเอาใจไปวางไว้ตรงนั้น ผมก็เห็นจุดเล็กๆ นั้นค่อยๆ โตขึ้น จนมีขนาดเท่ากับลูกฟุตบอล มีแสงและมีรัศมีขยาย เป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ (ถูกต้องมาก รักษาไว้นะลูกนะ อย่าให้หายนะ ให้ทำอย่างเดิม ถูกต้องแล้วจ้ะ

 

 

      ในทุกๆ Case ที่นำมาเล่าให้ฟังนี่ เราจะเห็นว่า มี ปรากฏการณ์อย่างนี้ซ้ำๆ กัน เลย ไม่ว่าจะเชื้อ ชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม เมื่อทำสมาธิ โดยเอาใจมาวางไว้ ในกลางท้อง ตรงฐานที่ ๗ จะเป็นอย่างนี้ทั้งนั้นเลย มี ประสบการณ์ภายในสากลเหมือนกันหมดเลยนะจ๊ะ) มีแสงและก็มีรัศมีขยายออกเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนรู้สึก ว่า ข้างในตัว ผมนั้น สว่างไปหมด พอมองเข้าไปกลาง ดวงแก้วัน้นก็จะเห็นรัศมีเจิดจ้า มีประกายสุกใส เย็นตา เย็นใจ ผมเห็นชัดมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

       ผมสามารถพิจารณาดูดวงนั้นได้รอบทิศทาง เห็น เป็นเหมือนภาพ ๓ มิติ (คือ ใจหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางแต่ เห็นได้รอบทิศ นี่มันมหัศจรรย์ตรงนี้ ปกติเราจะเห็นทาง ซ้ายก็ต้องหันไปซ้าย อยากเห็นทางขวาก็ต้องหันไปทาง ขวา อยากเห็นข้างบนก็ต้องเงยหน้า อยากเห็นข้างล่างก็ ต้องก้มลง อยากเห็นข้างหลังก็ต้องกลับหลังหัน แต่นี่ไม่ อยู่ที่เดียวแต่เห็นได้รอบทิศ)

       ดวงแก้วน้้นสวยมาก ไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไร ได้เลยครับ ตอนนั้นผมมีความสุขที่สุด เป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน มันเหมือนกับว่า เราได้ครอบครองสิ่งสำคัญ ที่มีค่ามากที่สุ ด ในจัก รวาล ผมถึง ได้รู้ว่า ความสุข ที่ไ ขว่คว้า มาตลอดชีวิตที่ผ่านมา และที่เคยคิดว่า เป็นความสุขที่สุด นั้น ความจริงแล้วมันเป็นได้แค่เศษผงธุลี เทียบไม่ได้เลย กับความสุขที่เกิดจากภายใน (อย่าลืมนะ ตอน นั้นแสวงหาความสุขด้วย การเร่งรัดหนี้สิน โหดยิ่ง กว่าในหนัง)

       ตอนนี้ทุกครั้งที่นั่ง หลับตา ถ้าใจนิ่งดี ผมก็ จะเห็นดวงใสๆ ที่ศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ ได้ทุกครั้งเลย ผมมีความรู้สึกว่า ไม่อยากจากผ้าเหลืองไปไหนเลย ผมรักชีวิตความเป็นพระ (ถ้าเห็นดวงใสๆ ก็จะอย่างนี้ ทุกคนจ้ะ)ผมรักดวงแก้วใสๆ ภายใน (ที่จริง คือ ดวงธรรมภายใน  แต่ว่ามีลักษณะเหมือนดวงแก้วใสๆ ทีนี้ก็ไม่ทราบว่า จะ เรียกอะไร ก็เลยเรียกดวงแก้วใสๆ) และผมก็รักหลวงพ่อ มาก ผมจึงภาวนาทุกวัน ขอให้ผมมีบุญได้บวชระยะยาว

      (ที่จริงท่านมีบุญบวชระยะยาวนะ หมดอายุขัยเลย แต่สำคัญที่ว่า เอามาใช้แค่ไหน ถ้าเอามาใช้ ๑ ปี ก็บวช พระธรรมทายาทชาตรี ญาณกนฺโต ได้ ๑ ปี ถ้าเอามาใช้ ๒ ปี ก็บวชได้ ๒ ปี ถ้าเอามาใช้ ๕ ปี ก็บวชไป ๕ ปี แต่จริงๆ แล้วมันยาวถึงหมดอายุขัยเลย) ผมอยากทำหน้าที่ถ่ายทอดธรรมะ ให้คนทั้งโลกได้ พบกับความสุขภายในแบบผมครับ (ดีมากเลยลูก อย่างนี้ บวชไปเรื่อยๆ นะลูกนะ มีบุญบวชระยะยาว ยาวมากๆ จ้ะ)

 

 

พระธรรมทายาทชาตรี ญาณกนฺโต

 

ค้นหา