ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

           พระธรรมทายาทสีหนาท คมฺภีรธมฺโม   สนแก้ววนาราม จ.เชียงใหม่

      พระธรรมทายาท สีหนาท คมฺภีรธมฺโม (หนอง อ้อ) อายุ ๒๗ ปี จากสนแก้ววนาราม จังหวัดเชียงใหม่ ก่อน มาบวชผมมีอาชีพเป็นช่างศิลป์ ผมทำได้ทุกอย่างทั้งเพ้นท์ ภาพ แกะสลัก น้ำ แข็ง ทำ ป้ายโฆษณา แถมบางทีก็ เ ป็นช่าง ประปา ช่างแอร์ก็ได้นะครับ ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ เพราะ ผมยังรับเป็นดีเจ เปิดเพลงสร้างความบันเทิงในผับอีกด้วย

 

      ซึ่งการเป็นดีเจนี่เอง ที่ทำให้ผมต้องเข้าสู่วังวน ของอบายมุข ทำตัวเสเพล ทั้งดื่มเหล้า ติดผู้หญิง เที่ยว กลางคืน (โอ้ ขุม ๖ ขุม ๕ ขุม ๔ ขุม ๓ ไล่ไปหมดเลยลูก ย่างทีล ะหลายๆ ขุม เลย) มีเ รื่อ งมีร าวทำ ให้พ่อแม่เสีย ใจอยู่ เป็นประจำ ผมเป็นอย่างนี้อยู่หลายปี  วันหนึ่งผมกลับบ้านไปกลางดึก เข้าไปในห้องของ พ่อกับแม่ ก็เห็นท่านนอนหลับอยู่ ผมก็คิดในใจว่า หลาย ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยหันมาดูแลพระอรหันต์ในบ้าน เลย (สำนึกลึกๆ ก็ยังเป็นคนดีนะ แต่ว่าวงจรของวิบาก กรรมที่คบคนพาล พาให้ไปอยู่ในวงจรอบายมุข) และ ผมก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับการกระทำของตัวเองขึ้นมาอย่าง หนัก (อ้า บุญได้ช่องแล้ว)

      พอดีในวันรุ่งขึ้น พี่สาวไปได้ใบโบรชัวร์ชวนบวช โครงการ ๑๐๐,๐๐๐ รูป มาจากเพื่อน พอเห็นเท่านั้น ผมก็ตัดสินใจไปสมัครบวชทันทีเลย เพราะในใจลึกๆ แล้ว ผมอยากที่จะทำอะไรสักอย่าง หนึ่งเพื่อพ่อกับแม่บ้างครับพอมาบวชแล้ว ผมก็ได้ ฝึกฝนตนเองทุกอย่าง ทั้ง ความมีระเบียบวินัย ได้เรียน รู้เรื่องกฎแห่งกรรม ศึกษา ความเป็นพระแท้ และได้ ฝึกัน่งสมาธิ ตอนแรกๆ ที่ ผมนั่งสมาธินั้น ผมนั่งไปได้ประมาณ ๑๐ นาทีก็ ไม่ไหวแล้ว (ไม่ไหว จะต้องไม่ไหวหวั่น) จนต้องแอบลุก ไปยืนเล่นอยู่ที่หน้าห้องน้ำเป็นประจำครับ (ก็ไม่เป็นไร จ้ะ) แต่พอนั่งไปได้ประมาณเกือบ ๒๐ วัน ผมก็เริ่มรู้สึก สบายตัวและสบายใจมากขึ้น

      ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ วันนั้นผมนั่งไปเรื่อยๆ โดย เอาความรู้สึกทั้งหมดมาไว้ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็นั่ง ฟังเสียงลมพัดยอดสนไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า ตัวเบามาก และก็กลืนไปกับบรรยากาศ คล้ายๆ กับว่า ไม่มีตัวตน เลย (ดีมากลูก) แล้วผมก็เห็นดวงแก้วกลมใสผุดขึ้นมา ที่กลางท้อง (มาอีกแล้ว เห็นไหมจ๊ะ ดวงแก้วมาอีกแล้ว)

      ตอนนั้นใจผมนิ่งมาก ผมมองไปที่ดวงแก้วอย่างนิ่งๆ ก็มีแสงสว่างจ้าออกมาจากกลางดวงแก้ว (บางคนก็บอก ครูไม่ใหญ่สอนให้เพ่งลูกแก้ว ไม่ใช่นะจ๊ะ นี่ไง ให้นั่งเฉยๆ อย่างมากก็ให้จำ ให้นึกอย่างสบาย ไม่ใช่ให้เพ่ง) ดวงแก้ว มีขนาดประมาณหนึ่งกำมือ แต่รัศมีของแสงนั้นเจิดจ้ามาก (นี่เราจะได้ยินอย่างนี้ซ้ำๆ ถ้าทดลองวิทยาศาสตร์ แค่ ๓-๔ ซ้ำ เขาก็ผ่านแล้ว แต่นี่นับครั้งไม่ถ้วนเลย ที่เรา ได้ยินเรื่องดวงแก้ว เรื่ององค์พระ เรื่องความสว่าง)

      แล้วสักพักผมก็เห็นว่า ดวงแก้วนั้นค่อยๆ มีขนาด ใหญ่ขึ้น แล้วผมก็เห็นองค์พระใสๆ ปรากฏขึ้น แต่แปลก มากครับว่า ผมเห็นดวงกลมใสๆ ที่กลางท้อง เหนือสะดือ ๒ นิ้ว แต่เห็นองค์พระใสๆ ที่กลางหน้าอก แต่องค์พระที่ ผมเห็นนั้นชัดใสสว่างมาก (ไม่เป็นไรจ้ะ ตามใจท่านไป ก่อนนะลูกนะ)

      ผมเห็นตรงกลางขององค์พระมีแสงแวววาว ผมรู้สึก ว่า ในกลางองค์พระไม่แข็งกระด้างแต่กลับอ่อนนุ่มมีชีวิต ชีวา (เราจะได้ยินอย่างนี้หลายซ้ำทีเดียว นับซ้ำไม่ถ้วน เลย) แล้วผมก็นึกให้องค์พระขยายใหญ่ขึ้นได้ และก็หด เล็กลงก็ได้ (ตอนแรกเราตามใจท่านก่อน ตอนนี้ท่าน ตามใจเราแล้ว)

 

      ตอนนั้นผมรู้สึกว่า ตัวเองขยายใหญ่ตามองค์พระ ไปด้วย แต่ก็ยังมองเห็นดวงแก้วกลมใสลอยอยู่ในกลาง ท้องได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา ตอนนี้ไม่ว่าจะหลับตาหรือ ลืมตา ผมก็จะเห็นทั้งดวงและองค์พระได้ชัดมากเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขนาดตอนสวดมนต์ ผมก็จะเห็นดวงแก้วสว่างเจิดจ้าในกลางท้องของผมอีกด้วย (สาธุ อย่าให้หายนะลูก นะ อย่าให้หาย นั่นจะเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง)

      ตอนนี้ผมขอต่อเวลาด้วยการอยู่เป็นพระพี่เลี้ยงใน โครงการอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ช่วยงานหลวงพ่อไปก่อน ครับ ผมขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงที่เปิด โอกาสให้ลูก ผู้ช ายอย่างผมได้มาบวช และได้พบกับ หนทาง ดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ผมขอให้หลวงพ่อมีความสุข สุขภาพ แข็งแรงตลอดไปนะครับ

 

พระธรรมทายาทสีหนาท คมฺภีรธมฺโม

 

ค้นหา