ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

 

                     นักแม่นปืน

       กระผมธรรมทายาทธนาชัย ใจซื่อกุล อายุ ๓๗ ปี ธรรมทายาทในโครงการอุปสมบทหมู่ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยครับกระผมอบรมอยู่ที่ ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาท พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ จังหวัดปราจีนบุรีครับ ก่อนเข้ารับการอบรม กระผมเป็นเจ้าของกิจการร้าน ช็อปปืนบีบีกัน (BB Gun Shop) และเปิดเป็นสนามยิงปืนบีบีกันด้วยครับ นอกจากจะขายเองแล้ว กระผมยังเป็น นักกีฬายิงปืนด้วยนะครับ ตัวผมเองชอบกีฬายิงปืนมากๆ เป็นเกมที่ต้องใช้สมาธิสูง ต้องอาศัยการสังเกต การยับยั้งชั่งใจ อีกทั้งยังได้ ออกรบในสนามทดลองต่อสู้แบบไม่เสียเลือดเนื้อ ซึ่งใน ขณะนี้กีฬายิงปืนบีบีกันเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทยแล้ว

       ผมเคยบวชมาแล้ว ๑ พรรษา เมื่อตอนอายุ ๒๕ ปี  แต่ผมก็ไม่รู้สึก ว่า จะได้อะไรสัก เท่าไร (มันก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเอาอะไรไหม) และผมก็ ไม่ได้สนใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ ไม่เคย ทำบุญ (อันตรายนะลูกนะ เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา แม้ทีมถึง ทุนถึง ที่ถึง ใจถึง มือถึง แต่ไปไม่ถึงเป้าเพราะบุญไม่ถึง อย่าว่าแต่๑ สมอง ๒ มือเลย ให้เพิ่มไปอีก ๒ ศอก ๒ เข่า ๒ เท้า แบบนักมวยก็โดนน็อกลงมาเลยนะ)  ผมคิดว่า การที่เราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ เบียดเบียนใคร แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว (ยังจ้ะ อย่างนี้เขาเรียก ว่า ละชั่ว แต่ยังไม่เรียกว่า ทำความดี มันคนละอย่างกัน) แต่แล้วความคิดของผมก็เปลี่ยนไป เมื่อพี่ชายของผม ได้มาบวชเป็นธรรมทายาทในร่นุ ๗,๐๐๐ ตำบล ที่ผ่านมา พอลาสิกขามา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเป็นเรื่องง่ายและสำเร็จ แบบง่ายๆ (ตามประสาคนมีบุญนี่นะจ๊ะ)

      พี่ชายเล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ชีวิตจากการ บวช และยังชักชวนพนักงานที่บริษัท และตัวผมมาบวชใน โครงการ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ผมก็สนใจขึ้นมาทันทีครับ (นี่บุญเริ่มได้ช่องแล้วนะจ๊ะ คือ บวชครั้งแรก ยังไม่ได้อะไร อ้ะ ครั้งที่ ๒ จะกี่โบสถ์ก็ได้ ให้มันได้ดีสักครั้งเถอะ) อีกทั้งคุณแม่ก็อยากให้ผมบวชมากๆ และนี่แหละครับคือจุดเปลี่ยนชีวิตของนักแม่นปืนอย่างผม ที่ขอบวช เป็นพระ ให้คุณแม่ได้ชื่นใจครับ (สาธุ นี่ก็ปรารภเหตุของคุณแม่ไปก่อน แต่ความจริงตัวเราได้ ดูนะจ๊ะว่า ได้อย่างไร)

      วันแรกของการมาสมัคร เป็นครั้งแรกที่ผมได้มา วัดพระธรรมกาย วันนั้นผมคิดว่า ถ้าวัดนี้ไม่เจ๋งจริง ผมจะกลับทันที  เพราะผมไม่ชอบ คนเยอะ  กลัวคนเยอะแล้วจะคุยกันไม่รู้เรื่อง (มันขึ้นอยู่กับว่า คุยเรื่อง อะไร ถ้าคยุ เรอื่ งไม่ร้มู นั กไ็ ม่ร้นู ะ เขาคยุ เรอื่ งประสบการณ์ ภายใน แต่เราจะคุยเรื่องประสบการณ์ภายนอก มันคนละ เรื่องกัน มันก็ไม่รู้เรื่องนะ)และไม่ว่าผมจะคุยกับใคร ก็มีแต่คนตั้งใจอยากบวช มากๆ (นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า เราต้องคุยเรื่องบวชเยอะๆ เพราะฉะนั้นจะมีคนบวชเยอะ ผู้มีบุญพอได้ฟังมันก็จะไป เชื่อมกับบุญเก่าที่เขาเคยบวช เห็นไหมจ๊ะ)

      ทุกคนมาบวชเพื่อแสวงหา บางคนก็มาหาที่ พึ่ง (ถูกต้องจ้ะ หาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง) บางคนอยาก บวชมาก แต่ก็ไม่ได้บวช เพราะไปติดค่านิยมว่า ต้องเอาเงินไปเลี้ยง ไปล้มวัว ล้มควาย เลี้ยงน้ำ (เมาแอ๋เข้าวัด เลย ไม่ต้องย้อมใจขนาดนั้น คำว่า ย้อมใจ เขาใช้เวลาจะ ทำความชั่วจ้ะ)

      ผมสังเกตเห็นความหลากหลายของผู้คนที่ตั้งใจ อยากบวช ผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ตัวเราช่างโชคดีมากๆ ที่ได้ มาบวชในโครงการนี้ (สาธุ ดูนะจ๊ะว่า โชคดีอะไร) และ ที่ผมตื่นเต้นมากก็คือ วินาทีที่ผมได้รับ SMS แจ้งรหัส การบวช มันช่างไฮเทคมากๆ เลย ที่ผมสามารถเลือกวัด ที่อยากจะบวชได้ทั่วประเทศ

      ผมสามารถเลือกวัด ไหนก็ได้ และไม่น่าเชื่อว่า พระพุทธศาสนาจะมีการ จัดการที่เป็นระบบ เป็นปึก แผ่นมั่นคงขนาดนี้ (อ๋อ ยุค นี้เป็นยุคจิตใจคู่กับไฮเทค เศรษฐกิจกับจิตใจต้องไป ด้วยกัน ก็อย่างนี้แหละ เพราะเรามาเกิดในยุค ไฮเทค) เพราะนั่นหมายถึง ว่า ทุกๆ วัดเป็นหนึ่งเดียว และไม่ว่าผ้ชายแมนๆ จะอย่ทู ไี่ หนในประเทศไทยก็สามารถ เป็นหนึ่งในโครงการบวช ๑๐๐,๐๐๐ รูปครั้งนี้ได้ นี่ถ้า  หลวงพ่อไม่ให้โอกาสขยายเวลารับสมัคร ผมก็คงไม่มีวัน นี้หรอกนะครับ

 

 

       วันแรกที่ผมเข้ารับการอบรมที่เขาแก้วเสด็จ จังหวัด ปราจีนบุรี ผมตื่นเต้นมากกับสถานที่ เพราะไม่นึกว่า จะ มีใครมาสร้างสถานที่เพื่อฝึกอบรมคนให้เป็นพระแท้ได้ สมบูรณ์ขนาดนี้ ผมไม่เหงาเลย เพราะมีพระอาจารย์พระพี่เลี้ยง ดูแลเป็นกำลังใจให้ผมตลอด สอนผมทุกอย่างให้ผมสวดมนต์ สอนสมาธิ ตอนนี้ใจของผมเปิดกว้างกับ โลกกว้างที่ผมกำลังจะได้เรียนรู้วันนั้น กว่าที่ผมจะไปถึงเขาแก้วเสด็จก็เป็นเวลา โพล้เพล้แล้ว สิ่งแรกที่ผมต้องทำ ก็คือการเข้าห้องเพื่อนั่ง สมาธิร่วมกับเพื่อนๆ ธรรมทายาท (เราไม่ต้องเตรียมพร้อม แต่เราต้องพร้อมเสมอจ้ะ)

       เวลา ๑๘.๓๐ น. คือ เวลาเริ่มต้นรอบแรกของการ นั่งสมาธิ ผมก็ลองนั่งดู เพราะอยากรู้ว่า จะเป็นอย่างไร เพราะผมไม่เคยนั่งสมาธิได้ถึง ๕ นาทีเลย แม้ว่าจะเคย บวชมาแล้ว ๑ พรรษาก็ตาม (นี่คือข้อผิดพลาดจ้ะ บวชแล้วต้องนั่งสมาธิตั้งแต่ วันแรกจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายในเพศสมณะเลย เพราะพระอุปัชฌาย์ท่านให้กัมมัฏฐานไว้นะจ๊ะ)

      ผมฟังพระอาจารย์สอนสมาธิ ฟังดูก็ไม่เห็นมีอะไร ยาก (ถูกต้องจ้ะ ไม่ยากจ้ะ) เราก็น่าจะทำได้เหมือนกันท่านสอนแค่ให้หลับ ตานึก ถึง คน สัตว์ สิ่งของ ที่เราค้นุ เคย ผมก็นึกถึงหน้าคุณแม่ทันทีครับ (นี่ลูกกตัญญูนะจ๊ะ)

      พอพระอาจารย์บอกว่า ให้นึกไว้กลางท้อง เหนือ สะดือ ๒ นิ้วมือ ผมก็นึกตาม นึกง่ายๆ ครับ ไม่ยากเลย เพราะตอนที่ยิงปืน ผมจะคุ้นเคยกับการนึกถึงเป้าหมาย การยิง ปืนระยะไกลจะขึ้น ปืนอยู่กลางอก ต้องเล็ง ให้ดี โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แล้วผมก็จะยิงเข้าเป้า

      พอพระอาจารย์บอกว่า ให้นึกน้อมลงมาตรงกลางตัว ก็ง่ายมากเลยครับ เนื่องจากผมเคยชินกับการนึกภาพเป้า ที่ผมจะยิง แค่ลงมาอีกนิดเดียวก็กลางตัวแล้ว พอผมนึกถึง หน้าแม่ ใบหน้าของท่านก็ใสๆ สว่าง ผ่องใส ขึ้นมาอยู่ตรง กลางตัวเลย (สาธุ ถ้าใครนึกถึงหน้าแม่ไม่ออกนี่ เป็นคนชอบกลนักนะ ต้องไปเกิดใหม่นะ)

      พอนึกหน้าท่านให้เป็นดวงแก้ว ใบหน้าของท่านก็ เปลี่ยน กลายเป็นดวงแก้วกลมใสๆ พอพระอาจารย์บอกว่า ให้ลองแตะใจไปที่จุดเล็กๆ กลางดวงแก้ว ผมก็ลอง แตะ ใจก็จะหวิวๆ ครับ (แตะ คือ แค่สัมผัสเท่านั้นนะ จ๊ะ) เหมือนผมกำลังจะกระโดดลงจากที่สูง เหมือนผมจะ เอานิ้วจุ่มน้ำแต่ไม่เปียก

      พอแตะใจไปเรื่อยๆ ได้สักพักหนึ่ง ก็เหมือนมีแรง ดึงกระชากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ (ถ้าเจออย่างนี้อย่าตกใจอย่าตื่นเต้น ไม่มีอันตรายอะไร แต่ว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิด ขึ้นจ้ะ) ความรู้สึกคล้ายกับตอนที่ผมโดดบันจี้จัมพ์ครับ ผมสะดุ้งครับ แต่ผมไม่ลืมตา พอปล่อยไปสักพักก็จะ  นิ่ง เหมือนผมโดดบันจี้จัมพ์มาถึงพื้นแล้ว (มันก็แค่นี้เอง เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว)

      ผมรู้สึกสบายเหมือนไปอย่อู ก ที่หนึ่ง ที่นิ่ง มากๆ สบาย มากๆ แล้วก็เห็นดวงแก้วลูกใหม่ที่ใหญ่ แล้วก็ใสกว่าเดิม ครับ ผมนั่งไปจนถึง ๑๙.๑๕ น. ก็หมดเวลาของรอบแรก แล้วพระอาจารย์ก็ให้ผมนั่งสมาธิต่อถึง ๓ ทุ่ม คราวนี้จากดวงแก้วลูกใหญ่ที่ผมเห็นลูกเดียวก็กลาย  เป็นดวงแก้ว ๖ ลูก แล้วผมก็เข้าไปได้เรื่อยๆ (แสดงว่าใจนิ่ง มากเลย) ก็เห็นเหมือนคนอยู่ในกลางดวงแก้ว แล้วก็เห็น ดวงแก้วหลายๆ ดวง (ถูกต้องจ้ะ ดีมากเลย) พอเข้าไปแล้ว ดวงแก้วจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พอเข้าไป ๖ ดวง ก็เห็นพระพุทธ รปู แก้วใสเหมือนที่อย่บู นโต๊ะหมู่ (แปลว่า พระท่านคอยอยู่ ตรงนั้น แค่เราทำให้ถูกใจท่านเท่านั้นเอง) แล้วผมก็เจอตัวผมใสๆ นงั่ สมาธอิ ย่ขู ้างใน แต่หน้าตาดกี ว่าผมเยอะเลยครบั แถมห่นุ กด็ ดู กี ว่าผมมาก ตวั จริง ผมน่ะอ้วน แต่ตวั ผมทผี่ มเห็นไม่อ้วนเลย หุ่นดี หน้าอ่อนกว่าผมอีก แต่เป็นผมครับ แล้วจากนั้นก็เห็นเป็นกายขององค์พระสลับกับดวงแก้วไปเรื่อยๆ พระพุทธรูปที่ผมเห็น ที่พระเศียรท่าน เป็นดอกบัวตูมครับ (สาธุ ดีมากลูก อย่าให้หายนะลูกนะ ฝึกทำให้คล่อง ให้ชำนาญ เราจะได้บวช ๒ ชั้นแล้ว) องค์ ท่านใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ใหญ่ประมาณภูเขาทั้งลูกเลยครับ

      จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าผมจะหลับตาหรือลืมตา ผมก็ยัง เห็นพระพุทธรูปอยู่ครับ องค์ท่านใสแล้วก็สว่างมากๆ ผมมีความสุขมากๆ มันสบายอย่างบอกไม่ถูก และก็อยาก อยู่อย่างนี้ไปนานๆ ครับ (สาธุ นี่จ้ะ มาบวชแล้วไม่ว่าจะปรารภเหตุเพื่อบิดามารดา แต่สิ่งที่ได้คือเรานะจ๊ะ นี่ไง ความสุขเกิดขึ้นแล้ว)

      พอออกจากสมาธิ ผมรู้สึกมีความสุขมาก ปีติใจ อย่างบอกไม่ถูก ระหว่างวันผมจะวางใจไว้ตรงกลางกาย ตลอด (ถูกต้องมากจ้ะ ดีมากจ้ะ) เมื่อไรที่ผมหลับตา ผมก็จะเห็นดวงแก้วสลับกับองค์พระ (ดีมากจ้ะ ให้ดูเฉยๆ ต่อไปอีก) หลวงพ่อครับ ความสุขจากการยิงปืนเข้าเป้า กับ การเอาใจเข้ากลางช่างเทียบกันไม่ได้เลย การเข้ากลาง มีความสุขกว่าการยิงเข้าเป้าเยอะมากๆ ครับ คือว่า ยิง เข้าเป้ารู้สึกแค่ดีใจ แต่เข้ากลางผมไม่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องมีปืน แต่เกิดจากตัวเราจากภายในจริงๆ ที่เราจะรู้ได้ ด้วยตัวเอง เหมือนตัวผมลอยได้ในอากาศ โดยที่ไม่ต้องมีเครื่องช่วย แล้วก็จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ

      ผมจะรักษาสิ่งนี้ให้อยู่กับผมให้นานที่สุด แม้ผม จะลาสิกขาไปแล้วก็ตาม ไม่ให้เสียแรงหลวงพ่อและพระ อาจารย์ (ก็ให้นานตลอดชีวิตเลยจ้ะ ถ้าเราทำทุกวันอย่างสม่ำ เสมอนะจ๊ะ)ผมอยากขอบพระคุณหลวงพ่อมากๆ นะครับ ที่เปิด โอกาสให้ผมและเพื่อนๆ ธรรมทายาทรุ่น ๑๐๐,๐๐๐ รูป ได้มาบวช ผมอยากจะให้ชายไทยแท้ๆ ลองได้มาบวชดูครับ ให้มาเจอแบบผมบ้าง อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ จนกว่าจะได้ มาสัมผัสด้วยตัวเอง

 

 

      ตอนนี้ผมเชื่อแล้วครับ ว่า บาป-บุญมีจริง และชีวิต พระไม่ใช่แค่เดินบิณฑบาต อย่างเดียวแล้วจบกิจของ สงฆ์ แต่ยังมีสิ่งที่น่าศึกษา อีกมากมาย และทำให้ ผมเข้าใจความหมายของ การเป็นพระแท้ในพระพุทธ  ศาสนา และถ้ามีพระแท้อย่างนี้มากๆ พระพุทธ ศาสนาก็คงจะอยู่ยืนยาวนานครับ (ยังมีสิ่งที่น่าศึกษาอีกเยอะแยะ ขอให้มีอุปกรณ์ใน การศึกษา คือ ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกายในตัว แล้ว เราจะได้ไปศึกษาเรื่อง Law of Karma กฎแห่งกรรม ภพภูมิต่างๆ โลกนี้โลกหน้า นรกสวรรค์มีจริงไหม ปุพเพ นิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติหนหลังมีจริงไหม หรือ กล่าวเลื่อนลอยกันไปอย่างนั้น ขอให้เรามีอุปกรณ์ก่อน คือ เข้าถึงพระในตัวนั่นแหละ แล้วจะเรียนอย่างสนุกสนาน บุญบันเทิงเลยจ้ะ)

 

 

ธรรมทายาทธนาชัย ใจซื่อกุล

 

ค้นหา