ธุดงค์ ธรรมชัย

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

ไทยรัฐ : มองกลาง 23 ม.ค. 56

พระธรรมเทศนา พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑฺโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน เป็นผู้ประเสริฐ

 

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล 4 จำพวกนี้ มีปรากฏในโลก 4 จำพวกเป็นไฉน คือ
บุคคลผู้ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนและไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นจำพวก 1
ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่น แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนจำพวก 1
ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ผู้อื่นจำพวก 1
ผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่นจำพวก 1

บรรดาบุคคล 4 จำพวกนี้ บุคคลผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่น เป็นผู้เลิศ
เป็นผู้วิเศษ เป็นประธาน อุดม และเป็นผู้ประเสริฐ"

(ฉลาวาตสูตร: พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต)

โครงการธุดงค์ธรรมชัยเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)  ปีที่ 2 เป็นโครงการที่พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  ได้ดำริขึ้นเพื่อต้องการเทิดพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงปู่ สด จนฺทสโร วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งได้สละชีวิตในการประพฤติปฏิบัติธรรมตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงได้สอนไว้ ท่านจึงให้เดินธุดงค์ตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์  คือเริ่มจากวัดพระธรรมกาย ไปยังสถานที่เกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่  คือ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จากนั้นเดินจนถึงจุดที่หลวงปู่ท่านบรรลุธรรม  ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จ.นนทบุรี และเดินต่อไปที่วัดบางปลา จ.นครปฐม สถานที่ที่หลวงปู่ท่านสอนธรรมะ และปฏิบัติ จนมีผู้เข้าถึงพระธรรมกายตามอย่างท่าน  และเดินต่อไปยังวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. สถานที่ค้นวิชชา และเผยแผ่วิชชาธรรมกายจนตลอดชีวิต จากนั้นก็เดินกลับมาที่วัดพระธรรมกายอีกครั้ง

เดินธุดงค์เพื่ออะไร

ในการเดินธุดงค์ธรรมชัย เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ครั้งนี้  พระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย) มุ่งประโยชน์ 3 อย่าง คือ 1) มุ่งประโยชน์ต่อพระภิกษุที่เดินธุดงค์ ซึ่งเป็นพระภิกษุในโครงการบวชแสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย  เมื่ออออกพรรษารับกฐินแล้วที่มีศรัทธาตั้งใจบวชต่อไม่สึก  ก็ได้มารวมกัน และปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที พระท่านออกเดินธุดงค์ก็เสมอหนึ่งเดินจงกลมด้วย ลองดูนะว่าท่านเดินถือกลดสะพายย่าม กลางแดดร้อน แต่หน้าท่านใสมีรอยยิ้มบนหน้า ผิวอาจจะดูคล้ำไปบ้าง  แต่ว่าถึงดำก็ดำนวลแล้วความบริสุทธิ์ผ่องใสเกิดขึ้นจากบริสุทธิ์ภายใน ระหว่างที่เดินก็ระลึกนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ว่าเรากำลังเดินตามรอยท่านอยู่ และระลึกว่าจะต้องตั้งใจฝึกตามอย่างหลวงปู่ให้ได้ ทุกย่างก้าวมีอุดมการณ์ในการบวชที่หนักแน่น ระหว่างเดินก็ได้ประโยชน์จากการปฏิบัติธรรมด้วย หลายๆรูปบรรลุธรรมระหว่างเดินธุดงค์ก็มี นี้คือประโยชน์ต่อพระภิกษุ  2) ประโยชน์ต่อญาติโยม ทำให้โยมทั้งหลายมีความสุขกายสุขใจที่ได้เห็นพระผ่านมาถึงหน้าบ้านเป็นร้อยเป็นพันรูปก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดประโยชน์ในข้อที่ 3)  คือ ประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ว่า ทำให้เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาในภาพรวม แม้คนที่อยู่ไกลๆไม่ได้มาต้อนรับโดยตรงก็เกิดปีติศรัทธาขึ้น แม้แต่ชาวต่างชาติที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ เห็นแล้วก็เกิดความสนใจ ก็อยากจะที่มาศึกษาพระพุทธศาสนา พระเดินเป็นแถวยาวๆ เดินทำไม เพื่ออะไร พอศึกษาแล้วก็ศรัทธาแล้วเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติธรรมตามอย่างด้วย เกิดเป็นผลต่อการรุ่งเรืองมั่นคงของพระพุทธศาสนา

 

รถติด ค้าขายไม่สะดวก เพราะเดินธุดงค์ จริงหรือ

ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ มันก็มีปัญหาติดขัดทั้งนั้น  เช่น มีขบวนแห่ลิเก แห่ดารา หรือ ขบวนต้อนรับนักกีฬากลับจากเมืองนอก ซึ่งเมื่อมีขบวนแห่มันก็มีรถติดตามทั้งนั้น หรือ เคยได้ยินข่าวไหมว่า ปิดถนนราชดำเนินเพื่อโชว์รถ ก็มีปัญหาเรื่องรถติด คือจะทำอะไรมันก็มีปัญหาเรื่องรถติดบ้าง แต่ให้มองว่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นมันคุ้มค่าไหม การเดินธุดงค์พระท่านใช้ถนนเพียง 1 ช่องทาง ใช้เวลาก็แค่ 1-2 ชม.โดยประมาณ ไม่ได้ปิดตลอดทั้งวันทั้งคืน ฉะนั้นรถอาจติดบ้างมีโอกาสเป็นไปได้ แต่ให้มองว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมหาศาลเลย เพราะฉะนั้นหากพระเดินผ่านหน้าบ้านหน้าร้านไหนอย่าไปคิดว่าพระมาเดินปิดหน้าร้านคนซื้อของไม่สะดวก ให้คิดกลับกันท่านมาผ่านหน้าร้านก็ให้รีบมาร่วมต้อนรับ ซึ่งบุญที่จะเกิดขึ้นกับเรามันมากมายยิ่ง ให้คิดว่าพระท่านเอาบุญมาให้ถึงหน้าบ้านเราแล้วพระเป็นพันรูป เรามากราบพระแค่ครั้งเดียวได้ต้อนรับพระธุดงค์เป็นพันรูป แล้วเป็นพระที่ตั้งใจฝึกตนอย่างดีด้วย อย่างนี้เป็นบุญใหญ่ทีเดียว ประโยชน์ที่เกิดก็เกิดทั้งต่อบุคคลที่เคารพสักการะ ต่อพระพุทธศาสนา ประโยชน์เกิดมหาศาลมากยิ่งกว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นเล็กๆน้อย เช่น รถติดบ้างนิดหน่อย เป็น ฉะนั้นอยากทุกคนถือว่าเราเสียสละ ให้เรารักษาใจให้เป็นบุญกุศล ให้มองด้วยความเลื่อมใส และตั้งศรัทธาให้เกิดขึ้นใจของเราบุญใหญ่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน

 

สาธุ..สาธุ..สาธุ..ทำไมต้องสาธุ

การกล่าวคำว่า สาธุ คือ การแสดงความเคารพพระรัตนตรัย ซึ่งแสดงได้ 3 อย่าง คือ ด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อใจเราเลื่อมใสจะมองเห็นก็แสดงออกมาจากแววตา สีหน้า อากัปกิริยา มีโยมบางท่านขับรถเบนซ์มารอโปรยดอกดาวรวยต้อนรับพระธุดงค์ ซึ่งต้องมารอก่อนพระจะเดินมาถึงตรงที่เรานั่งก็ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง แล้วกว่าพระท่านจะเดินผ่านจนหมดแถวยาวๆ อีก รอกลางแดดร้อนๆ ก็ยังรอ เป็นความปีติอย่างเต็มที นี่เป็นการแสดงออกทางกาย แล้วทางวาจาจะทำอย่างไร บางท่านพอพระธุดงค์เดินมาถึงไม่รู้จะพูดว่าอะไร ก็พูดกับพระธุดงค์ว่าพระอาจารย์สู้ๆ เป็นต้น ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการให้กำลังใจท่านนะ ท่านเดินมาแดดร้อนแต่ไม่รู้จะพูดยังไง บ้างครั้งก็ยกป้ายก็มี หลวงพ่อธัมมชโยท่านจึงบอกว่า ให้ใช้คำอนุโมทนาตามอย่างบัณฑิตทั้งหลายในการก่อน คือเสียงคำว่า “สาธุ” ดีกว่า เป็นคำที่กระชับทุกคนฟังแล้วพูดตามได้เลย เด็กน้อย 2-3 ขวบ ยังพูดได้เลย  แล้วย้ำ สาธุ สาธุ สาธุ เป็นพันครั้ง ก็จะเป็นการตอกย้ำภาพแห่งศรัทธาที่อยู่ในใจ ติดแน่นสนิทตลอดทั้งภพนี้ภพหน้าตลอดไป แล้วหากมีพระรัตนตรัยในใจอานิสงส์ก็ยิ่งมหาศาล ซึ่งจะนำเราไปสู่ความสุขความสำเร็จทั้งภพนี้และภพหน้า เพราะฉะนั้นแค่คำสาธุสั้นๆ ก็มีอานิสงส์มากมายมหาศาล ทำให้การแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยต่อขบวนพระธุดงค์ครบทั้งกาย วาจา และใจ

ในวันที่ 23-26 ม.ค. นี้ พระธุดงค์จะเดินผ่านกรุงเทพมหานคร มหานครของชาวพุทธ ขอเชิญผู้มีบุญทุกท่านร่วมต้อนรับพระธุดงค์ 1,128 รูป ได้ โดยตรวจสอบเส้นทางเดินธุดงค์ โทร. 02-831-1234, หรือหากต้องการเลี่ยงการจราจรก็สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์สอบถามเส้นทางจราจร โทร. 1197 กองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน

 

(กล่าวถึงคุณของการอยู่โคนไม้ และโทษของบรรณศาลา อุปมาการหาความสงบของพญาช้างกับการปฏิบัติ    ของภิกษุ ภิกษุผู้อยู่ป่า ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตร ๕ จำพวกที่ดีและเลว คุณของธุดงค์ ผู้สมาทานธุดงค์ ผู้ควรแก่ธุดงค์คุณ พระมหากัสสปะเห็นประโยชน์ ๒ ประการ จึงประพฤติและสรรเสริญธุดงควัตร และประวัติของพระมหากัสสปเถระ)

๓.๑ คุณ ๑๐ ประการของการอยู่โคนไม้ โทษของบรรณศาลา ๘ ประการ

คุณ ๑๐ ประการของการอยู่โคนไม้ คือ

๑.  เข้าอยู่ได้เลย                                     ๒.  รักษาน้อย

๓.  ไม่ต้องถูกปลุกให้ลุก                           ๔.  ไม่ปกปิดข้อครหา

๕.  ไม่ทำร่างกายให้อึดอัด                        ๖.  ไม่ต้องหวงแหนไว้

๗.  ไม่อาลัยเมื่อจากไป                            ๘.  ไม่มีการไล่เพราะทำความสะอาด

๙.  ผู้อยู่มีปีติอิ่มเอิบใจ                            ๑๐.  ไม่ห่วงใยเพราะโคนไม้หาได้ง่าย

โทษของบรรณศาลา ๘ ประการ คือ

๑.  การเริ่มต้น (เข้าอยู่) ยาก                      ๒.  ต้องซ่อมแซม

๓.  ต้องถูกปลุกให้ลุกสำหรับพระผู้แก่กว่า     ๔.  ทำให้ร่างกายอ่อนแอ

๕.  อาจทำชั่วเพราะมีที่ปกปิด                    ๖.  เกิดการหวงแหน

๗.  แสดงว่าต้องมีคู่                                ๘.  เป็นของสาธารณะทั่วไปแก่คน สัตว์ มีเล็น เลือด ตุ๊กแก

 

๓.๕     คุณของธุดงค์ ๒๘ ประการ องค์ ๑๘ ของผู้สมาทานธุดงค์ ผู้ควรแก่ธุดงค์คุณ ๑๐

คุณของธุดงค์ ๒๘ ประการ  คือ

๑.  เลี้ยงชีพบริสุทธิ์                                ๒.  ให้ผลเป็นสุข

๓.  เป็นของไม่มีโทษ                              ๔.  บำบัดความทุกข์

๕.  เป็นของไม่มีภัย                                 ๖.  เป็นของไม่เบียดเบียน

๗.  มีแต่เจริญฝ่ายเดียว                            ๘.  ไม่มีมารยา หลอกลวง

๙.  ไม่ขุ่นมัว                                         ๑๐.  เป็นเครื่องป้องกัน

๑๑.  ให้สำเร็จสิ่งที่ปรารถนา                     ๑๒.  กำจัดเสียซึ่งศัสตรา

๑๓.  มีประโยชน์ในทางสำรวม                  ๑๔.  สมควรแก่สมณะ

๑๕.  สงบนิ่ง                                        ๑๖.  หลุดพ้น

๑๗.  เป็นเหตุให้สิ้นราคะ                         ๑๘.  ระงับโทสะ

๑๙.  ทำให้โมหะพินาศ                           ๒๐.  กำจัดมานะ

๒๑.  เป็นเหตุตัดวิตกชั่ว                          ๒๒.  ทำให้ข้ามสงสัย

๒๓.  กำจัดความเกียจคร้าน                      ๒๔.  กำจัดความไม่ยินดีในธรรม

๒๕.  ทำให้อดทน                                  ๒๖.  เป็นของชั่งไม่ได้

๒๗.  เป็นของหาประมาณมิได้                   ๒๘.  ทำให้สิ้นทุกข์ทั้งปวง

 

องค์ ๑๘ ของผู้สมาทานธุดงค์ คือ

๑.  มีมารยาทบริสุทธิ์                               ๒.  มีปฏิปทาบริบูรณ์

๓.  รักษากาย วาจาดี                               ๔.  มีใจบริสุทธิ์ดี

๕.  ประคองความเพียรดี                           ๖.  ระงับความกลัว

๗.  ปราศจากอัตตานุทิฐิ                           ๘.  ระงับความอาฆาต

๙.  มีจิตเมตตา                                      ๑๐.  รอบรู้อาหาร                                          

๑๑.  เป็นที่เคารพแห่งสัตว์ทั้งปวง               ๑๒.  เป็นผู้รู้จักพอดีในโภชนะ

๑๓.  เป็นผู้ประกอบเนืองๆ ซึ่งความเพียร      ๑๔.  ไม่ห่วงที่อยู่

๑๕.  อยู่ที่ไหนสบายก็อยู่ที่นั่น                   ๑๖.  เกลียดชังความชั่ว

๑๗.  ยินดีในวิเวก                                   ๑๘.  ไม่ประมาทเนือง ๆ

 

ผู้ควรแก่ธุดงคคุณ ๑๐ คือ

๑.  ผู้มีศรัทธา                                        ๒.  ผู้มีหิริ

๓.  ผู้มีความอดทน                                 ๔.  ผู้ไม่คดโกง

๕.  ผู้อยู่ในอำนาจเหตุผล                         ๖.  ผู้ไม่ละโมบ

๗.  ผู้ใคร่ต่อการศึกษา                             ๘.  ผู้มีใจมั่นคง

๙.  ผู้ไม่ชอบยกโทษผู้อื่น                        ๑๐.  ผู้อยู่ด้วยเมตตา

 

๓.๖     คุณอันประเสริฐ ๓๐ ของผู้บำเพ็ญธุดงค์

๑.  มีจิตเมตตาอ่อนโยน                            ๒.  กำจัดกิเลส

๓.  กำจัดมานะทิฐิ                                   ๔.  มีศรัทธาตั้งมั่น

๕.  ได้ความร่าเริง ดีใจง่าย                        ๖.  ได้สมบัติอันเป็นสุข

๗.  อบรมด้วยกลิ่นหอมคือศีล                    ๘.  เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา

๙.  ได้กำลังแห่งพระขีณาสพ                    ๑๐.  เป็นที่ปรารถนาของพระอริยบุคคล

๑๑.  เป็นที่สรรเสริญของมนุษย์และเทวดา    ๑๒.  เป็นที่กราบไหว้ของพวกอสูร

๑๓.  เป็นที่สรรเสริญของผู้หาค่ามิได้          ๑๔.  เป็นผู้ไม่ติดอยู่ในโลก

๑๕.  เป็นผู้เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย   ๑๖.  เป็นผู้สำเร็จประโยชน์อันประเสริฐ

๑๗.  เป็นผู้มีส่วนแห่งปัจจัยอันไพบูลย์        ๑๘.  เป็นผู้ไม่ห่วงใยในที่อยู่ ที่นอน

๑๙.  เป็นผู้อยู่ด้วยฌานอันประเสริฐ            ๒๐.  เป็นผู้ตัดคติทั้งปวงเสียได้้

๒๑.  มั่นอยู่ในธรรมอันไม่กำเริบ                ๒๒.  บริโภคไม่มีโทษ

๒๓.  เป็นผู้หลุดพ้นจากคติ                      ๒๔.  เป็นผู้ข้ามความสงสัยทั้งปวง

๒๕.  เป็นผู้เพ่งต่อวิมุตติ                          ๒๖.  เป็นผู้เข้าถึงซึ่งเครื่องป้องกัน

๒๗.  ตัดอนุสัยเสียได้                             ๒๘.  สิ้นอาสวะทั้งปวง

๒๙.  ได้สุขสมบัติอันประเสริฐ                    ๓๐.  ประกอบด้วยสมณคุณ

 

 ประวัติพระมหากัสสปเถระ      ผู้เป็นเลิศด้านธุดงค์

      ในสมัยของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า อุบาสกชื่อ เวเทหะ ปรารถนาจะได้ตำแหน่งเอตทัคคะผู้เป็น  ยอดกว่าภิกษุทั้งหลายด้านธุดงค์และสอนเรื่องธุดงค์ เหมือนกับพระมหานิสภเถระ จึงบำเพ็ญมหาทานเพื่อตำแหน่งนั้น พระศาสดาทรงอนุโมทนา และประทานพร หลังจากละอัตภาพนั้น อุบาสกเวียนตายเวียนเกิดในโลกมนุษย์และสวรรค์  ทำบุญกุศลถวายทานทั้งหลายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และพระปัจเจกพุทธเจ้าหลายพระองค์

      มาถึงสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย อุบาสกเกิดในตระกูลพราหมณ์ ชื่อว่า ปิบผลิมาณพ ในกัสสปโคตร พอเจริญวัย ปิบผลิมาณพจำต้องแต่งงานกับนางภัททกาปิลานี ทั้งสองประพฤติพรหมจรรย์โดยตลอด เมื่อบิดามารดาตายไป ทั้งสองออกบวชในพระพุทธศาสนา ไม่นานก็บรรลุอรหัตผลทั้งคู่ ส่วนปิบผลิซึ่งเรียกอีกนัยว่าพระมหากัสสปะ ได้รับการแต่งตั้งจากพระศาสดาในตำแหน่งเอตทัคคะทางด้านธุดงค์ และสอนเรื่องธุดงค์

 

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 15 มกราคม 2556

คอลัมน์ : ตามตะวัน

โดย : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ.9 วัดพระธรรมกาย

 

เรื่อง : ทั่วหล้าร่มเย็น พบเห็นพระธุดงค์

“เราได้เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้า เสด็จดำเนินไประหว่างตลาด

ได้ประณมอัญชลีไหว้ด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยบุญนั้น

เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการประณมมือไหว้”

(เอกัญชลิกเถราปทาน)

มือทั้งสองข้างที่อยู่กับตัวเรานี้ มีความสำคัญกับชีวิตเราทั้งภพนี้และภพหน้า หากมือนี้ได้อัญชลีบูชาผู้ประพฤติธรรม มือนั้นก็เป็นมงคล ปากของเราถ้าเปล่งถ้อยคำที่ไพเราะ เป็นไปเพื่อประโยชน์ เช่นกล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า ก็เป็นบุญกุศลที่จะนำพาไปสู่สุคติสวรรค์  แต่ถ้าหากนำมือนี้ไปสร้างบาป หรือใช้ปากก่อวาทกรรมที่ทำให้คนอื่นคิดผิด พูดผิดและทำผิดตามที่ตัวเองพูด ก็มีแต่จะนำทุกข์ร้อนมาให้มากมาย เราเกิดมาเป็นมนุษย์ควรใช้ทุกส่วนของร่างกายให้เป็นทางมาแห่งบุญ

ช่วงนี้มีข่าวมหามงคลบังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ที่จะทำให้เราได้โอกาสสั่งสมบุญพิเศษซึ่งหาได้ยากในโลก เพราะได้มีคณะพระธุดงค์จำนวน 1,128 รูป ออกเดินธุดงค์ผ่าน 7 จังหวัด ระหว่างวันที่ 2-27 มกราคม 2556 โดยมีรถซึ่งประดิษฐานด้วยรูปหล่อทองคำบริสุทธิ์ของหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ                   (สด จนฺทสโร) นำหน้าขบวน เป็นการเปิดโอกาสให้สาธุชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้มีกระแสตอบรับจากพุทธศาสนิกชนมากมายที่หลั่งไหลมาจากทั่วประเทศ มานั่งรอข้างถนนเพื่อต้อนรับพระธุดงค์ด้วยจิตเลื่อมใส เพราะตระหนักว่า “การต้อนรับพระธุดงค์เป็นบุญใหญ่

พระธุดงค์ super monk

เป็นเรื่องธรรมดาว่า การที่มีสาธุชนนับหมื่นคนมานั่งรอโปรยดอกไม้ต้อนรับพระธุดงค์นั้น อาจทำให้การจราจรติดขัดบ้าง  แต่ถ้าเข้าใจคำว่า “การแบ่งปัน คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่”  [sharing is great] และตระหนักถึงการให้โอกาสคนอื่นทำความดี จากใจที่เคยคับแคบเพราะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวที่ต้องเร่งรีบไปทำมาหากิน จะขยายกว้างออกไปว่า  “เราคือผู้มีส่วนในการช่วยประกาศพระพุทธศาสนา” เพราะในปัจจุบัน ชาวโลกนับพันล้านยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนาเลย แล้วคำว่า “พระธุดงค์” เขาจะรู้จักได้อย่างไร              เมื่อรู้ว่ารถติดเพราะมีพระธุดงค์เมตตามาโปรดชาวเมืองก็ให้อนุโมทนาเสียเถิด การยอมเสียเวลารอคอยเพื่อให้โอกาสคนอื่นได้ต้อนรับพระธุดงค์อย่างมีความสุข นับว่าเป็นผู้ให้ เป็นการเอาชนะความเห็นแก่ตัว เป็นการเสียเพื่อได้ ได้บุญได้กุศล ได้ภาพที่เป็นมงคลเกิดขึ้นในสังคม ภาพเหล่านี้จะถูกแพร่ไปทั่วโลก

 

ให้ชาวโลกนับพันล้านหันมาศึกษาคำสอนและลงมือปฏิบัติธรรม ให้เขามีความสุขในปัจจุบันและมีสุคติเป็นที่ไป

อาตมาขอสดุดีพระธุดงค์เหล่านี้ว่า เป็น super monk เพราะ “ท่านเป็นยอดนักเสียสละ” ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว ยอมเหนื่อยเพื่อประกาศพระศาสนาผ่านการเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าในเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ค่ำไหนนอนนั่น ฉันมื้อเดียว ทุกรูปได้ผ่านการฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นพระแท้ ก่อนออกเดินธุดงค์ก็นั่งสมาธิร่วมกันวันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง พร้อมจะเป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยม

การเดินธุดงค์ของท่านต้องอดทนเดินฝ่าเปลวแดดที่แผดร้อน เพื่อดับร้อนที่ลุกโชนอยู่ในใจของชาวโลก แม้จะถูกผู้ไม่รู้วิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพ ก็ต้องบอกว่าสร้างภาพดี มีคุณภาพ ที่ใครได้เห็นเป็นมงคลแก่สายตา ใครที่ได้โอกาสมาโปรยดอกไม้บูชาท่านยิ่งเป็นมหากุศลที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน ท่านทั้งหลายที่ได้ยินข่าวมงคลนี้ควรให้โอกาสตัวเองสักครั้งไปต้อนรับ เพราะการหาเงินทองยังมีโอกาสหาได้ทั้งชีวิต แต่ตลอดชีวิตใช่ว่าจะได้โอกาสต้อนรับพระธุดงค์นับพันรูป..

ใครก็ตามที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาน้อมไหว้พระธุดงค์ผู้ทรงศีล พร้อมเปล่งถ้อยคำอันเป็นมงคลว่า “สาธุ สาธุ สาธุ” ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ในจิตใจของบุคคลนั้นสูงส่งมาก จะทำให้เกิดในตระกูลสูง ทำให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ

ท่านผู้ใฝ่บุญทั้งหลาย...ความเป็นผู้มีโชคได้บังเกิดขึ้นกับท่านแล้ว ให้ชักชวนบุคคลอันเป็นที่รักออกมาต้อนรับพระธุดงค์ มาทำมือทั้งสองให้เป็นมงคลด้วยการโปรยดอกดาวรวยต้อนรับ หยิบจับอะไรจะได้เป็นเงินเป็นทอง ทำมาค้าคล่องกำไรงาม ขายดิบขายดี เส้นทางชีวิตจะได้รุ่งเรืองสว่างไสวประดุจปูลาดด้วยทองคำ  เป็นผู้ปฏิบัติสะดวกบรรลุธรรมได้โดยง่ายไปทุกชาติตราบวันเข้าสู่พระนิพพาน...

และในวันที่ 22 มกราคมนี้ ช่วงเย็นประมาณบ่าย 4 โมง พระธุดงค์จะเดินถึงพุทธมณฑลศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของชาติไทย ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ขอเชิญสาธุชนทุกท่านสวมชุดสีขาวๆ มาร่วมถวายการต้อนรับพระธุดงค์ทั้ง 1,128 รูปได้ที่พุทธมณฑล ซึ่งตอนค่ำจะมีพิธีจุดประทีปนับพันดวงถวายเป็นพุทธบูชาด้วย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกิจกรรมและเส้นทางต้อนรับพะธุดงค์ได้ที่  www.dmycenter.com หรือสอบถามที่ Callcenter 02-831-1234 และ 087-707-7771                   ถึง 3

 

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

คอลัมน์ : ตามตะวัน

โดย : พระมหา ดร.สมศักดิ์  จนฺทสีโร

เพียงภาพเดียวแทนคำพูดได้เป็นล้าน

สวัสดีปีใหม่..ขอให้ทุกท่านก้าวสู่ชีวิตที่มีอะไรใหม่ๆ เพื่อความหวังที่จะพบเจอสิ่งใหม่ที่ดีกับตัวเอง และสังคมไทยในทางที่สร้างสรรค์จรรโลงใจ และส่งเสริมให้บ้านเมืองน่าอยู่สมกับเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เป็นสยามเมืองยิ้ม และเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองอย่างแท้จริง...

ที่เกริ่นยาวตอนต้นก็ด้วยความหวังลึกๆ ในใจว่า อยากให้เมืองไทยเป็นอย่างที่ว่าจริงๆ เพราะเมื่อปีสองปีที่ผ่านมาบ้านเมืองเราพบกับภาพที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว เช่น ภาพของผู้คนต้องทนทุกข์อยู่กับภัยน้ำท่วมเป็นแรมเดือน ภาพของความขัดแย้งทางความคิดของพลังมวลชน แม้แต่ภาพเหตุการณ์นักเรียนนักศึกษายกพวกตีกันแห่งแล้วแห่งเล่า ซึ่งคงจะจำได้ในการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ก็ยังต้องยุติลงกลางคัน เพราะไม่สามารถสู้กับการแสดงลีลามวยไทยนอกกฎกติกา พร้อมด้วยอาวุธระเบิดขว้างปาหน้าเวที ของเหล่าวัยรุ่นที่เรียนอยู่ต่างสถาบันกันได้ เห็นภาพนี้แล้วมันเจ็บปวดใจ นึกอธิษฐานอยากจะเห็นภาพดีๆ ในสังคมไทยบ้าง ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานอาจจะยอมลงทุนให้มีกิจกรรมดีๆ เพื่อให้มีภาพของนักเรียนนักศึกษาหรือภาพที่มันแสดงออกถึงความเป็นผู้มีวัฒนธรรมอันสูงส่งของคนไทย อย่างน้อยก็พอจะเยียวยาจิตใจที่มันห่อเหี่ยว เคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยในสังคมลงไปบ้าง

สิ่งที่หวังก็สมปรารถนาขึ้นมาแล้ว เมื่อทราบข่าวมีการเดินธุดงค์ของพระนับพันรูป ที่ท่านจะยาตราผ่านจังหวัดต่างๆ หลายจังหวัดแล้วเข้าสู่กรุงเทพมหานครในตอนปลายเดือนมกราคมนี้   มีข้อมูลว่าการเดินธุดงค์ครั้งนี้ เรียกว่า “ธุดงค์ธรรมชัย” เมื่อต้นปีที่แล้วได้เดินธุดงค์ผ่านย่านพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เพื่อเป็นการฟื้นฟูจิตใจและช่วยพัฒนาวัดวาอารามต่างๆ ที่ประสบกับความเสียหายจากอุทกภัย  ด้วยกระแสตอบรับอย่างมากมายจากประชาชนคนที่จมอยู่กับความเคร่งเครียดในสังคมเมือง ปีนี้จึงอยากให้ท่านเดินธุดงค์มาโปรดอีก  บ้างก็บอกว่าขอให้มีประจำทุกปี ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นต้องมาตรองกันว่าเพราะมันต้องใช้งบประมาณบ้าง ต้องมีพระภิกษุสงฆ์ที่ท่านมีเวลารวมตัวกันมาทำกิจกรรมเช่นนี้บ้าง และหลายปัจจัยที่กว่าจะเกิดภาพและกิจกรรมดีๆ เช่นนี้  ต้องบอกว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ยาก เพราะอยู่ๆ จะนิมนต์พระจากวัดต่างๆ มารวมกันเดินธุดงค์สักพันรูปผ่านกรุงเทพมหานครก็ใช่ว่าจะทำได้ เพราะต้องมีการเตรียมการและมีการบริหารจัดการที่ยิ่งกว่ามืออาชีพ เช่น พระท่านต้องฝึกตัวเพื่อที่จะเดินเป็นแถวเป็นแนวไม่สะเปะสะปะ และยังต้องมีการจัดการเรื่องภัตตาหาร การรักษาพยาบาล และการจราจร ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่สะดวกสบายสำหรับผู้สัญจรไปมา แต่นั่นก็เป็นเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงของแต่ละจุดที่ท่านเดินผ่าน เพราะปีที่ผ่านมาท่านเดินผ่านเร็วมาก ซึ่งก็ขอให้ท่านทั้งหลายยอมอดทนสักเล็กน้อยไม่ถึงชั่วโมง แต่ภาพที่มันเกิดขึ้นจะกลายเป็นความประทับใจที่ดีให้กับสังคมไทยยาวนานเป็นแรมปี

นึกถึงตอนที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามา และนางฮิลลารี่ คลินตัน เดินทางมาเยือนประเทศไทย ผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกทั้งสองยังเลือกที่จะเข้ามาเยี่ยมชมวัดไทย แสดงว่าพระพุทธศาสนาคือสิ่งที่แสดงออกถึงจิตวิญญาณอันสูงส่งของคนไทย ดังนั้น การเดินธุดงค์ธรรมชัย ครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความเป็นคนไทยที่รักเทิดทูนพระพุทธศาสนา และภาพของพระเดินธุดงค์ผ่านกรุงเพียงไม่กี่ภาพที่จะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จะเป็นสิ่งอธิบายถึงความเป็นประเทศที่มีอารยธรรม รักสงบ รักสันติของคนไทยได้นับล้านๆ คำ...

ใครอยากทราบว่า พระธุดงค์ธรรมชัย จะเดินในเส้นทางไหนบ้างเขาก็มีข้อมูลแจ้งอยู่ใน www.dmycenter.com ท่านที่สะดวกโทรศัพท์ก็สอบถามไปที่เบอร์ 02-831-1234      อนุโมทนา... สาธุ

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

“ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลาย จงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ชนเป็นอันมาก...”

ในสมัยอดีต หลังออกพรรษา ถึงเวลาที่พระภิกษุจะเทียวจาริกไปในที่ต่างๆ เพื่อหาสถานที่บำเพ็ญสมณธรรม รวมทั้งเผยแผ่ ธรรม ซึ่งเรามักจะได้ยินว่า “ออกธุดงค์” เป็นการไปฝึกหัดขัดเกลานิสัยไม่ดีให้ดีขึ้น เช่น จะได้ฝึกเป็นผู้มักน้อย สันโดษ อีกทั้งจะได้โอกาสเทศน์โปรดญาติโยมตามชุมชนต่างๆอีกด้วย

ธุดงค์มี 13 ข้อ เลือกถือปฏิบัติได้ตามอัธยาศัย

ในคัมภีร์ได้กล่าวถึงธุดงควัตรเอาไว้ว่า ผู้ปฏิบัติไม่จำเป็นต้องอยู่ป่าหรือออกเดินทางก็ได้ ลำพังการเดินธุดงค์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธุดงควัตรให้ลุล่วงไปได้ พระบางรูปอยู่แต่ในวัดก็สามารถถือธุดงค์ได้หลายข้อ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะปฏิบัติ ข้อใดบ้าง ธุดงควัตรมี 13 ข้อ ดังนี้

  1. การถือผ้าบังสุกุล เป็นวัตร
  2. การถือผ้า 3 ผืน เป็นวัตร
  3. ถือการบิณฑบาต เป็นวัตร
  4. ถือการบิณฑบาตตามลำดับบ้าน เป็นวัตร
  5. ถือการฉันในอาสนะเดียว เป็นวัตร
  6. ถือการฉันในบาตรเป็นวัตร
  7. ถือการห้ามภัตที่ถวายภายหลัง เป็นวัตร
  8. ถือการอยู่ป่า เป็นวัตร
  9. ถือการอยู่โคนไม้ เป็นวัตร
  10. ถือการอยู่กลางแจ้ง เป็นวัตร
  11. ถือการอยูในป่าช้า เป็นวัตร
  12. ถือการอยูในเสนาสนะที่เขาจัดไว้ให้ เป็นวัตร
  13. ถือการนั่ง เป็นวัตร

สำหรับคณะพระธุดงค์ธรรมชัยนั้น เมื่อไปพำนักที่ไหน จะถือธุดงควัตร 2 ข้อ หลักๆ คือ

  • ถือการฉันในอาสนะเดียวเป็นวัตร คือ ในแต่ละวันจะฉันเพียงครั้งเดียว ฉันเข้า เสร็จก็จะออกเดินธุดงค์ทั้งวัน มีเพียงพักฉัน น้ำปานะหรือดื่มน้ำเท่านั้น แต่บางรูปก็ถือการฉันในบาตรเป็นวัตร
  • ถือการอยู่ในเสนาสนะที่เจ้าหน้าที่จัดให้ โดยไม่เลือกว่าสะดวกสบาย ถูกใจ หรือไม่

เดินธุดงค์ในเมือง และธุดงค์ในป่า

การออกเดินธุดงค์ตามป่าเขาลำเนา ไพร ถือเป็นการแสวงหาทางขจัดกิเลสให้กับตัวพระธุดงค์เองเป็นหลัก นับเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนายิ่งนัก ส่วนการเดินธุดงค์ ในเมืองก็ใช่ว่าจะผิดธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติธุดงค์ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านเหล่านี้ได้ศึกษาและรักษาธุดงควัตรมาเป็นอย่างดี เช่น บางรูปถือเนสัชชิกังคะ ไม่นอนในวันพระเป็นวัตร แต่จะนั่งสมาธิทั้งคืนยันสว่าง, ถือการบิณฑบาตเป็นวัตร ฯลฯ การที่ท่านมาพร้อมกันจากทั่วประเทศ มีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกันชัดเจน คือ

  1. ต้องการเดินธุดงค์ตามเส้นทางที่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ท่านกำเนิด, บรรลุธรรม, เผยแผ่ธรรมครั้งแรก และละ สังขาร เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า จะดำเนินตามปฏิปทาของท่านในการสร้างบารมี
  2. เพื่อยกใจชาวโลกให้สูงขึ้น ให้โยมได้โอกาสสั่งสมบุญจะได้มีสุคติสวรรค์เป็นที่ไป

ผลดีจากการเดินธุดงค์ในเมือง

การเดินธุดงค์เป็นหมู่คณะใหญ่ ถือ เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เป็นบุญตาของชาวโลกที่จะได้ทัศนาพระผู้เป็นอายุพระศาสนา เนื่องจากท่านฝึกตัวมาดีแล้ว ท่านไม่ได้มาเดินเล่นหรือเดินโชว์ แต่เดินตามรอยบาท พระศาสดา และก่อนหน้านี้คณะพระธุดงค์ก็ได้เดินธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาไพรโปรดญาติโยมตามหมู่บ้านต่างๆมาแล้ว บัดนี้ พุทธบุตรเหล่านี้พร้อมแล้วที่จะมาเดินเพื่อเป็นเนื้อนาบุญในเมืองหลวง

สาธุชนที่ไปต้อนรับจะสังเกตเห็นอากัปกิริยาของพระธุดงค์ว่า เดินอย่าง สงบเสงี่ยม สง่างาม น่าเลื่อมใส สายตา ทอดลงต่ำ มีความสำรวมอินทรีย์ยิ่งนัก ดังนั้น ทุกย่างก้าวของคณะพระธุดงค์ จะเป็นย่างแก้ว... ตามองทาง ใจมองกลาง หยาดเหงื่อที่หลั่งจะกลั่นเป็นเหงื่อแก้ว แค่โยมได้พบเห็นก็เป็นบุญตา ยิ่งได้โอกาสมาต้อนรับด้วยการโปรยดอกดาวเรือง มาเช็ดเท้า ถวายน้ำปานะ นับเป็นโชคลาภวาสนาของโยมแล้ว ครั้งหนึ่งที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ใช่ว่าจะพบเห็นภาพอันเป็นมงคลอย่างนี้บ่อยนัก บางคนไม่มีโอกาสได้พบเห็นเลย การเดินธุดงค์ของท่านก็เพื่อสร้างความสามัคคีกลมเกลียว เพื่อยังใจชาวโลกให้สูงขึ้น เป็นการฟื้นฟูธรรมเนียมของพระพุทธศาสนา เมื่อพระภิกษุรับกฐินแล้วจะออกเดินธุดงค์ ทำให้เกิดทัสนานุตริยะ คือ การเห็นอันประเสริฐแก่ผู้พบเห็นทั่วไป นี่คือสัญลักษณ์ว่า ประเทศไทยของเรา จะร่มเย็นเป็นสุข และประเทศไทย คือ ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก อย่างแท้จริง

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2555

คอลัมน์ ตามตะวัน โดย พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ.9 วัดพระธรรมกาย

ค้นหา