• Description slide 1

  • Description slide 2

  • Description slide 3

  • Description slide 4

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

             พระธรรมทายาทเฉลิมชัย คุณวํโส วัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

       พระธรรมทายาทเฉลิมชัย คุณวํโส อายุ ๓๒ ปี ตัวแทนพระธรรมทายาทจากวัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลยครับ ก่อนที่จะมาบวชนั้น ผมใช้ชีวิตอย่างสิ้นเปลือง ทั้งที่ ตอนแรกผมก็เป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง เคยสอบได้ ทุนจากประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ แต่พออายุ ๑๕ ก็เริ่ม เกเร ดื่มเหล้าสำมะเลเทเมา คบแต่เพื่อนกิน มีแต่เพื่อน เที่ยว (เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสมงคลข้อ แรก เรื่องการคบคน สำคัญมาก ต้องเลือกให้ดีทีเดียว ต้อง ศึกษา ไม่เช่นนั้นเราจะเลือกไม่ถูก)

       พออายุ ๑๗ ปี ก็เริ่มสูบบุหรี่ ผมสูบจัดมาก อย่างน้อยวันละ ๒ ซอง พ่อแม่ส่งให้เรียนก็ไม่เรียน มีปัญหา ตลอด จนต้องย้ายที่เรียนเป็นประจำ สุดท้ายก็ไม่จบอะไร เลย แม้ผมจะทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว ผมก็ยังเที่ยว และเมากลับบ้านแทบทุกวันครับ (อย่างนี้ขาดทุนชีวิต เอาสังขารที่พ่อแม่ให้มาสร้างความดี สร้างบารมี เอาไปถล่ม ทลายซะ นี่เราจะเป็นหนี้ท่านนะลูกนะ และเราก็จะแบก บาปไปด้วย) แต่ว่าแม้ผมจะเกะกะเกเร แต่ผมก็ชอบไหว้ พระสวดมนต์ทั้งก่อนเข้านอนและตื่นนอนนะครับ (สาธุ อ๊ะ ตรงนี้สาธุได้)

       วันหนึ่งคุณแม่โทรมาหาผม ท่านบอกว่า “ตอนนี้มี โครงการบวชพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทั่วไทย สนใจไหม จะ บวชให้แม่ไหม” ตอนนั้นผมคิดว่า เราน่าจะทำอะไรเพื่อ ท่านบ้าง ก็เลยตอบตกลงทันทีครับ (สาธุ)  พอเข้าโครงการผมก็มีความตั้งใจที่จะไม่สูบบุหรี่อีก ผมจึงเอาซองบุหรี่ไปถวายพระอาจารย์เป็นการหักดิบไป เลย วันแรกๆ ที่หยุดสูบบุหรี่มันก็ทรมานนะครับ (ก็ทรมาน ไปงั้นๆ) และเกือบจะทนไม่ได้หลายครั้ง (เราต้องหัวเราะ เยาะพญามารนะจ๊ะ อย่าให้พญามารหัวเราะเยาะเรา) แต่ ผมตั้งใจแล้วว่า จะบวชเพื่อให้พ่อกับแม่ได้บุญสุดท้ายผม ก็เอาชนะใจตัวเองได้ และไม่คิดถึงบุหรี่อีกเลย

       ในช่วง ๓ วันแรกของการนั่งสมาธิ บางวันก็นั่งดีมี ความสุข บางวัน ก็ ฟุ้งอุตลุด เลยครับ แต่ผมก็ทำตามที่พระ อาจารย์สอน คือ เมื่อยก็ขยับ ง่วงก็หลับ ฟุ้งก็ลืมตา แม้จะ ไม่เห็นอะไร แต่ผมก็เริ่มรู้สึกชอบการนั่งสมาธิ ผมจึงหา เวลานั่งเพิ่มเติม โดยผมจะตื่นมานั่งสมาธิตอนตี ๑ บ้าง ตี ๓ บ้าง (โอ้ สุดยอดเลย) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงียบมากๆ

       วันนั้นผมนั่งวางใจสบายๆ ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน ผมนึกให้ใจของผมเบาเหมือนขนนกที่กำลังปลิวลงมาสัมผัส กับ ผวิ น้ำ โดยเริ่ม จากฐานที่ ๑ เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนถึง ฐาน ที่ ๗ แล้วใจผมก็เริ่มเบาสบาย พอผมเริ่มสบาย ผมก็เห็น องค์พระใสที่ องค์เล็ก ๆ อยู่ต รงหน้าผม (สาธจุ ้ะ) ท่านหัน หน้าเข้าหาผม ผมพยายามนึกให้ท่านหันหน้าออก แต่ไม่สำเร็จ (ต้องตามใจท่านก่อน เดี๋ยวท่านจะตามใจเรา) พอ นึกหนักเข้าท่านก็หายไป

       ผมจึงทำสมาธิใหม่ ก็เห็นอีก แต่คราวนี้ผมไม่สนใจ แล้วว่า ท่านจะเป็นอย่างไร ตอนนั้นใจผมเฉยมากๆ ครับ คิด ว่าท่านจะมายัง ไง จะอยู่อย่างไร จะเป็นสีอะไรก็แล้วแต่ ท่าน แค่เห็นพระก็ดีแล้ว (อย่างนี้ถูกหลักวิชชาจ้ะ) พอใจมัน นึกอย่างนี้ ไม่นานครับ ผมก็เห็นท่านชัดใสแจ่มเลย สว่าง อยู่ในกลางท้องของผม และหันหน้าออกไปทางเดียวกับ ผม (ถูกต้องจ้ะ อย่างนี้ถูกหลักวิชชา เราต้องตามใจท่าน ก่อน แล้วเดี๋ยวท่านก็ตามใจเราแล้วเห็นมั้ย)

       ผมมองอยู่อย่างนั้นนานเกือบ ๒๐ นาที วันนั้นผมมี ความสุขมาก สบายใจ ไม่ปวด ไม่เมื่อยเลย หลวงพ่อครับ ผมหลับตาเห็นองค์พระอย่างนั้นอยู่ ๔ วันเลย (สาธุ) แล้ว ก็ไม่เห็นอีกเลย (แล้วกัน) เพราะใจไม่นิ่ง และก็ฟุ้งขึ้นมา อีก (ไม่เป็นไรจ้ะ) แต่โชคดีที่ผมได้รับบุญขัดวิมาน(ทำความสะอาดห้องน้ำ) ติดต่อกัน ๓ วัน พระอาจารย์บอกว่า ยิ่งล้วง ยิ่งลึก ยิ่งชัดใสสว่าง ผมก็ทำ ตาม พอผมล้วงลึกมากเท่าไร ใจของผมก็สบายขึ้นเท่านั้น และพอนั่งสมาธิ หลวงพ่อครับก็ได้ผลทันที คือ ใจสงบเร็ว มากเลย และนิ่งกว่าเดิมเยอะเลยครับ

      สักพักหนึ่ง ผมก็เห็นองค์พระสีทองสูงประมาณ ๑ คืบ นั่งทำสมาธิอยู่ในกลางท้องของผม ผมก็ดูท่านไป เรื่อยๆ แค่นั่งดูองค์พระเฉยๆ
ผมก็มีความสุขอย่างบอก ไม่ถูกแล้วครับ บางวันผม ก็เห็นท่านชัดมาก ใสมาก จนมองทะลุได้ แต่บางวันก็ มัวๆ ขึ้นอยู่กับว่า ใจของเรา นิ่งแค่ไหน (ใช่จ้ะ) แต่ตอน นี้ผมสนุกกับการทำสมาธิ แล้ว (นี่ไง ประสบการณ์ภายในมีจริง ดีจริง เข้าถึงได้จริง เพราะฉะนั้น เอหิปัสสิโก มาพิสูจน์เถิด)



      ตอนนี้ผมสนุกกับการทำสมาธิ แม้ตอนฉันอาหาร ผมก็จะนึกให้คำข้าวันนั้นใสๆ แล้วกลืนลงไปเลย ปรากฏว่า ในศูนย์กลางกายของผมกลับเป็นเหมือนคลื่นน้ำ ที่ขยาย ตัวได้ และมีดวงกลมใสๆ อยู่ในั้นนด้วย ตอนนี้ไม่ว่าจะทำ อะไรผมจะรู้สึก ว่า มีองค์พระอยู่ในตัว
ของผมตลอดเวลาเลย และผมก็ใจเย็น ขึ้น ไม่ฟุ้งซ่านเหมือน แต่ก่อนแล้ว (ดีมากลูก ให้รักษาอย่าให้หายนะจ๊ะ ทำให้ คล่อง ให้ชำนาญ ทำซ้ำ ๆ บ่อยๆ)

      ผมกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ถ้าไม่มี หลวงพ่อผมก็คงจะไม่ได้พบกับหนทางสว่างแบบนี้ ตอนนี้ ผมเป็นคนใหม่ที่จะไม่กลับไปเที่ยว ไปดื่ม และเล่นการพนัน อีกแล้ว (สาธุ) หลวงพ่อครับ ผมขอฝากบทกลอนตบท้าย สักนิดนะครับ


                                                                                                                 ความสุขใดเล่า จะเท่าเราสงบนิ่ง
                                                                                                                 ปล่อยวางทุกสิ่ง ทิ้งหมดทุกอย่าง
                                                                                                                  กลางตัวนั้นว่าง มีเพียงองค์พระ



พระธรรมทายาทเฉลิมชัย คุณวํโส

 

ค้นหา