• Description slide 1

  • Description slide 2

  • Description slide 3

  • Description slide 4

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 
 


ประสบการณ์วันพบจุดเปลี่ยนของ “พระชัชวาล ทิตตมงคโล” 

 

อบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่  รุ่นบูชาธรรม พ.ศ. 2551  อายุ 26 ปี              ปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 คนสองคน  กับพระลูกชาย  

        คนสองคนที่มอบทุกอย่างให้เราได้แม้แต่ชีวิต  โดยไม่คิดสิ่งใดตอบแทน     คนสองคนที่หวังเพื่อให้เรามีความสุข  ท่านก็สุขด้วยเช่นกัน    คนสองคนที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จของเรา  คนสองคนที่ยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา เมื่อได้ทบทวนช่วงชีวิตที่ผ่านมา  ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงปัจจุบัน  ภาพวันคืนเก่า ๆ ค่อย ๆ ฉายขึ้นมาให้เห็น

       “เมื่อก้าวลงจากบันไดโบสถ์  หลวงพี่ก็มองเห็นไกล ๆ   แล้วว่าโยมนั่งตรงจุดไหน  แล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่ที่จุดนั้นด้วยที่น่าแปลกก็คือ เขานั่งอยู่บนรถเข็น หลวงพี่ก็นึกสงสัยว่ามีญาติที่พิการจนต้องนั่งรถเข็นมาด้วยหรือ ไม่นานความสงสัยก็หมดลง  เมื่อหลวงพี่มาหยุดตรงหน้าโยม  แล้วก็มีเสียงฆ้องดังเพื่อให้นาคธรรมทายาทหันหน้าเข้าหาผู้ปกครอง         

        ภาพที่เห็นคือโยมป๋านั่งอยู่บนรถเข็นคันนั้น   ที่เข่าจนถึงข้อเท้าเป็นรอยช้ำและบวมแดง  ขาดูใหญ่ผิดปกติจากที่เคยเห็น ในสมองหลวงพี่มีแต่คำถามที่ต้องการคำตอบมากมาย ด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโยมป๋า  แต่พิธีกรรมกำลังดำเนินอยู่จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูเพียงอย่างเดียวแต่ดูได้ไม่นานก็ต้องหลบสายตาลง  เพราะกลัวว่าจะคุมความรู้สึกที่อัดอั้นในใจไม่อยู่         

        ขณะที่พิธีกรรมกำลังดำเนินต่อไปกับบรรยากาศภายนอก ที่ช่างดูสวยงาม สงบและเย็นใจแต่ความรู้สึกของหลวงพี่ยังคงอึดอัด และบีบคั้นหัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ  โยมแม่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้เหมือนท่านจะเข้าใจความรู้สึกที่เกิดกับหลวงพี่ แต่ทำได้เพียงแค่ส่งสายตาถึงกันเท่านั้นจนกระทั่งพิธีกรนำนาคธรรมทายาท กล่าวคำขอตัดปอยผม         

         เมื่อคำกล่าวคำแรก หยุดออกมาจากปาก น้ำตาก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย จนหลวงพี่กล่าวคำใด ๆ ต่อแทบไม่ไหว  น้ำเสียงที่เปล่งออกมามันสั่น ๆ ขาด ๆ หาย ๆ  จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ความรู้สึกตอนนั้นมันสับสนทั้งปลื้มและเศร้า  ท่านเจ็บหนัก  ลำบากขนาดนั้นก็ยังมา งานตัดปอยผม เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นว่าท่านทั้งสองก็ร้องไห้เหมือนกัน  แต่สำหรับโยมป๋า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นท่านมีน้ำตา โดยปกติท่านจะไม่ได้มีโอกาสมาวัดพร้อมกัน เพราะต้องอยู่เผ้าร้าน  แต่วันนี้ท่านก็มาพร้อมกันแม้จะเป็นแค่วันปลงผม  หลวงพี่ปลื้มและดีใจมาก ๆ หลวงพี่รักท่านทั้งสองมาก ๆ ด้วย  โยมย่าและญาติพี่น้องที่มาร่วมพิธีก็พลอยร้องไห้ไปกันหมดด้วย          

         เมื่อถึงขั้นตอนที่โยมจะต้องตัดปอยผม  โยมแม่เดินเข้ามาบีบหัวไหล่และเช็ดน้ำตาให้พลางพูดปลอบใจว่า  “ ไม่เป็นไรนะ ป๋าไม่เป็นไรแล้ว “ เมื่อโยมป๋าเข้ามาตัดปอยผมท่านก็ยิ้มให้ เหมือนกับบอกให้รู้ว่าไม่เป็นไร  ไม่ต้องห่วงท่าน  ภาพถ่ายในงานวันนั้นของครอบครัวเราคงออกมาไม่น่าดูในด้านความสวยงาม  แต่มันเป็นภาพที่ประทับใจ เพราะมันออกมาจากใจที่แท้จริงของทุกคน         

         หลวงพี่ได้มารู้หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้วว่า  โยมป๋าประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากรถบรรทุกกระดูกที่ข้อเท้าร้าวจนไม่สามารถเดินได้ปกติ  ต้องใช้เวลาหลายเดือนรักษาตัว เมื่อหายแล้วอาจจะกลับมาเดินเหมือนปกติไม่ได้  แต่ท่านก็บอกให้เราสบายใจ ไม่ต้องกังวล ให้บวชด้วยความสบายใจ           

         เห็นโยมป๋าแล้ว ทำให้หลวงพี่ยิ่งนึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิต  และเห้นความรักของพ่อแม่รวมทั้งเห็นความสุขใจของท่านที่ลูกมาบวช  ยิ่งทำให้หลวงพี่ต้องตั้งใจในการบวชในครั้งนี้ให้ยิ่งขึ้น  และอธิษฐานให้บุญที่บวชในครั้งนี้  ทำให้โยมป๋าหายป่วยและขอให้ท่านทั้งสองมีความสุขมากยิ่งขึ้นไปด้วย

 

 

 

 ที่มา... หนังสือ “จุดเปลี่ยน”

 

 

ค้นหา