• Description slide 1

  • Description slide 2

  • Description slide 3

  • Description slide 4

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

 580820_10.jpg - 149.8 kb

            ผู้ที่บวชเป็นภิกษุสามเณรแล้ว ได้ชื่อว่าเป็นลูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีธรรมเป็นทายาท เป็นทายาททางธรรม มีธรรมหล่อเลี้ยงรักษาอยู่ เราได้ตัดขาดจากหมู่ญาติแล้ว

ในระดับของเครื่องกังวล คือ ความผูกพัน แต่ไม่ได้ตัดขาดความกตัญญูกตเวที

             สิ่งที่โยมพ่อโยมแม่ตั้งความปรารถนาอย่างแท้จริง คือ บุญกุศล ที่จะเกิดขึ้นจากลูกพระลูกเณรที่มาบวชในบวรพระพุทธศาสนาเท่านั้น เพราะบุญกุศลนี้จะส่งผลให้ ท่านมี

ความสุขไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม

            เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกพระลูกเณรจะมอบให้ท่านได้ก็คือ พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และบุญกุศลที่ลูกพระลูกเณรตั้งใจปฏิบัติตนอยู่ในเพศสมณะ ไม่ใช่สิ่งอื่น

ใดเลย นี่คือข้อปฏิบัติที่ถูกต้องระหว่างลูกพระลูกเณรกับบุพการี

            อย่าลืมว่า เราเป็นคลังแห่งธรรมะ เป็นธรรมทายาท เป็นเนื้อนาบุญ สิ่งที่เราจะมอบให้ท่านได้ ก็ต้องเป็นสิ่งที่เรามี เราไม่ใช่เศรษฐีมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์อย่างชาวโลก เพราะ

เราไม่ได้ครองเรือน ไม่ได้ทำมาหากิน

            สมณสัญญาจะช่วยให้เราเกิดความรู้สึกอย่างนี้ เราเป็นคลังแห่งความบริสุทธิ์ เป็นคลังแห่งบุญ และทุกสิ่งที่ดีงาม พึงให้สิ่งที่ดีงามนี้แก่ทุกๆ คน ตั้งแต่โยมพ่อโยมแม่จนถึง

เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย จงให้ในสิ่งที่ใครก็ให้ไม่ได้ ซึ่งเมื่อให้แล้วท่านจะมีความสุขไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม 

            หากทำได้อย่างนี้ชีวิตของสมณะจะสมบูรณ์ ลูกจะมีความสุข สดชื่น เบิกบาน เดี๋ยวก็วันเดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็หมดเวลาของชีวิตแล้ว ชีวิตหลังจากการตายนั้นยืนยาวนัก เป็น

หมื่น เป็นแสน เป็นล้านปี เป็นกัป หรือเป็นมหากัปทีเดียว

            ลูกพระลูกเณรพึงพิจารณาให้ดีว่า เราจะให้ประโยชน์อันยิ่งใหญ่และยาวนานแก่ท่าน หรือจะให้เพียงสิ่งที่จะกลบทุกข์อันเกิดจากความไม่รู้ของท่านชั่วคราว แต่ดับทุกข์ไม่

ได้ และไม่มีผลดีอันใดเกิดขึ้นต่อพระศาสนา ต่อโลก ต่อลูกพระลูกเณร หรือต่อญาติโยมทั้งหลายเหล่านั้น

            ไม่ช้าเราก็จะต้องละจากโลกนี้ไป เราจะจากโลกนี้ไปแบบไหน แบบผู้แพ้หรือผู้ชนะ ไปแบบผู้ที่ใจช้ำ หรือไปแบบผู้ที่ใจฉ่ำ ในเวลาที่เราใกล้จะตายนั้นเรามีสิทธิ์เลือกเส้น

ทางของเรา ณ จุดเชื่อมต่อของภพ คือ มนุษยโลก และเทวโลกนั้น หากใจเราสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ก็มีสุคติเป็นที่ไป แต่ถ้าใจเราขุ่นมัว เศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ก็มีทุคติเป็นที่ไป

            เพราะฉะนั้น หากเรามีสมณสัญญาอย่างนี้ เราจะหลับตาลาโลกอย่างผู้ชนะ ไปอย่างมีความสุข สดชื่น เบิกบาน หลวงพ่อหวังว่า  พรรษานี้จะเป็นพรรษาแห่งความ

สมปรารถนาของลูกทุกๆ รูป  

 

 

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

จากหนังสือพรรษาวิสุทธิ์....จัดพิมพ์ปี พ.ศ.๒๕๔๒

 

ค้นหา