• Description slide 1

  • Description slide 2

  • Description slide 3

  • Description slide 4

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต 

      ตลอดเวลาแห่งการสดับพระธรรมเทศนานั้น พระเจ้าอชาตศัตรูทรงติดตามสดับตรับฟังด้วยความสนพระทัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากพระสัมมาสัมพุทธ

เจ้าจะทรงตอบปัญหาได้ตรงประเด็น ตามที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงกระหายใคร่รู้มานานนักหนาแล้ว  วิธีการตอบของพระพุทธองค์ยังสมบูรณ์บริบูรณ์พร้อมด้วย

ศิลปะ สามารถยังผลให้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงตรองตามด้วยเหตุผลอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากความกังขา ทั้งทรงรู้สึกทึ่งในคุณวิเศษอันน่าอัศจรรย์ใจของพระ

ธรรมคำสั่งสอนอีกด้วย ยังความปิติเบิกบานมาสู่พระองค์ยิ่งนักจึงได้กราบทูลสรรเสริญพระพุทธองค์ว่า

       “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ไพเราะแจ่มแจ้งจับใจยิ่งนัก เปรียบเสมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่อง

ประทีปในที่มืด เพื่อให้คนมองเห็นสิ่งต่างๆ ข้อนี้ฉันใด พระธรรมเทศนาของผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น บริบูรณ์พร้อมด้วยคุณวิเศษโดยอเนกประการ ” ๑

 

      ครั้นแล้วพระเจ้าอชาตศัตรู จึงทรงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ตลอดชีวิต โดยปฏิญาณว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระ

ธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพรผู้มีพระภาคเจ้าโปรดจงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”๒

 

      ความสงสัยเรื่องสามัญญผลที่ติดค้างพระทัยมาเป็นเวลานาน แม้จะทรงพยายามเสด็จไปหาเจ้าลัทธิผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายให้ช่วยคลี่คลายข้อข้องใจ แต่กลับ

ทรงผิดหวังมาโดยตลอดนั้น บัดนี้พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงพบแล้วว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่ทรงสามารถปลดเปลื้องทุกข์อันใหญ่

หลวงในพระทัยของพระองค์ได้ จึงทรงกราบทูลสารภาพความผิดของพระองค์ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งเป็นการขอขมาต่อพระราชบิดา โดยผ่านพระพุทธ

องค์ด้วยว่า “โทษได้ครอบงำข้าพระองค์ซึ่งเป็นคนเขลา คนหลง ไม่ฉลาด ข้าพระองค์ได้ปลงพระชนม์ขีพพระบิดา ผู้ดำรงธรรมเป็นพระราชาโดยธรรม เพราะปา

รถนาความเป็นใหญ่ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงรับทราบความผิดของข้าพระองค์โดยเป็นความผิดจริง เพื่อสำรวมต่อไป”๓

 

      ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่จะทรงอนุเคราะห์พระเจ้าอชาตศัตรู พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเป็นพยาน รับทราบคำสารภาพผิดของพระเจ้าอชาต

ศัตรู โดยตรัสว่า “จริง มหาบพิตร ความผิดได้ครอบงำมหาบพิตร ซึ่งเป็นคนเขลา คนหลง ไม่ฉลาด มหาบพิตรได้ปลงพระชนม์ชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม ผู้เป็น

พระราชาโดยธรรม เพราะปารถนาความเป็นใหญ่ แต่เพราะทรงเห็นความผิดโดยเป็นความผิดจริง แล้วทรงสารภาพตามเป็นจริง รับสังวรต่อไป นี้เป็นวัฒนธรรม

ในวินัยของพระอริยะแล”๔

 

      เมื่อสิ้นกระแสรับสั่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงปิติยินดีเป็นล้นพ้น เมื่อได้สดับว่าพระพุทธองค์ทรงรับการสารภาพผิดของพระองค์

โดยมิได้ทรงซ้ำเติมให้โทมนัสยิ่งขึ้นไปอีก มิหนำซ้ำยังทรงสรรเสริญว่าการยอมสารภาพผิดเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม พระพุทธดำรัสดังกล่าวจึงเปรียบเสมือน

น้ำทิพย์ชโลมพระทัยของพระเจ้าอชาตศัตรูให้แช่มชื่น และทรงมุ่งมั่นประกอบกุศลกรรมอย่างยิ่งยวดต่อไปเป็นการเริ่มต้นบำเพ็ญบุญบารมี เพื่อเป็นปัจจัยแห่ง

ภพหน้าต่อๆไป

 

      นับเป็นบุญประการหนึ่งของพระเจ้าอชาตศัตรู ที่ทรงมีอุปนิสัยกล้ายอมรับผิด เมื่อทรงตรองเห็นว่าการทำปิตุฆาตเป็นความผิดจริง ก็มิได้ทรงนิ่งเฉยเสีย แต่

กล้าสารภาพความผิดนั้น และนับเป็นบุญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง ที่ทรงได้โอกาสสารภาพความผิดเฉพาะพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นการผูกเวร

ระหว่างพระราชบิดากับพระองค์ที่มีมาแต่อดีตชาติจึงเป็นอันยุติแต่เพียงเท่านี้ เหลือเพียงแต่ผลของอนันตริยกรรมที่พระองค์จะต้องเสวยในทุคติภูมิต่อไป

 

      พระเจ้าอชาตศัตรูทรงคลายพระทัยจากความทุกข์ ความขุ่นข้องกังวลพระทัยทั้งปวง และทรงพิจารณาเห็นเป็นเวลาอันสมควรแล้ว จึงทรงกราบทูลพระ

สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับไป

 

      เมื่อครั้นพระเจ้าอชาตศัตรูและเหล่าข้าราชบริพารกลับไปหมดสิ้นแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแก่หมู่ภิกษุสงฆ์ในที่นั้นว่า พระเจ้าอชาตศัตรูนี้ถูกบาปจา

การทำปิตุฆาต ปิดกั้นหนทางสวรรค์นิพพานเสียแล้วในชาตินี้ หาไม่เช่นนั้นแล้ว ย่อมทรงได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระโสดาบันในค่ำคืนนั้นเอง

 

      มีคำอธิบายปรากฏในอรรถกถาสามัญญผลสูตรว่า ตั้งแต่เวลาที่ปลงพระชนม์ชีพระราชบิดาแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูมิได้บรรทมหลับเลยทั้งกลางคืนและกลาง

วัน ครั้นหลังจากเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจึงบรรทมหลับได้ ทั้งนี้เพราะทรงได้อานิสงส์จาการสดับพระธรรมเทศนา ทรงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ทรง

มีศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อพระรัตนตรัย จะหาปุถุชนคนใดเสมอเหมือนยาก

 

      แม้จะต้องเสวยผลแห่งอนันตริยกรรม ไปบังเกิดในพื้นเบื้องล่างของนรกขุมบริวารชื่อโลหกุมภี ถึง ๓ หมื่อนปีนรก แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสพยากรณ์ไว้

ว่า เมื่อพ้นทัณฑกรรมในเบื้องล่างของโลหกุมภีนั้นแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูจะไปบังเกิดในพื้นเบื้องบนของโลหกุมภี ๕ อีก ๓ หมื่นปีนรก หลังจากนั้นแล้วจะได้

ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่า “ชีวิตวิเสส” แล้วบรรลุนิพพานในที่สุด

 

------------------------------------------------------------------------------------------------

๑-๒   สามัญญผลสูตร ที.สี ๙/๑๓๘/๑๑๐

๓   สามัญญผลสูตร ที.สี ๙/๑๓๙/๑๑๒

๔  สามัญญผลสูตร ที.สี ๙/๑๓๙/๑๑๓

๕  โลหกุมภี (นรกหม้อโลหะ) เป็นนรกขุมเล็กซึ่งเป็นบริวารของมหานรกขุมที่๘ คืออวีจินรก

 

ค้นหา